⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 241/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขคำฟ้องที่เกี่ยวกับข้อผิดพลาดเล็กน้อยซึ่งคู่กรณีทราบข้อเท็จจริงอยู่แล้ว และไม่ทำให้คู่กรณีเสียเปรียบในทางคดี ศาลมีอำนาจอนุญาตให้แก้ไขได้ แม้จะเลยกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้ออันเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องระบุไว้ชัดเจนว่าได้ทำขึ้นระหว่างโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดย ว. ผู้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจฝ่ายหนึ่งกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้ออีกฝ่ายหนึ่ง เมื่ออ่านคำฟ้องแล้วจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาย่อมเข้าใจได้ดีว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้ ว. เป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทนโจทก์การที่โจทก์ระบุในคำฟ้องว่าโจทก์มอบอำนาจให้ ส. เป็นผู้ลงนามในสัญญาแทน และส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจฉบับที่โจทก์มอบอำนาจให้ ส. มีอำนาจลงนามแทนโจทก์ประกอบคำฟ้องนั้นเป็นเพียงข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ แม้จะเป็นการขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วและมิได้มีการส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะเป็นการแก้ไขคำฟ้องให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาทราบดีอยู่แล้วและเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อย จึงถือมิได้ว่าทำให้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบในทางคดีแต่อย่างใด เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจรับฟังหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ที่ถูกต้องแทนฉบับเดิมได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.70 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดโจทก์มอบอำนาจให้นายสุวัฒน์ พัฒโนภาษ หรือนายนเรนทร์ อุนานุภาพ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนและมอบอำนาจช่วงได้ นายนเรนทร์มอบอำนาจช่วงให้นายถวัลย์ จิตตริยกุล ดำเนินคดีแทน โจทก์มอบอำนาจให้นายวันชัย ธัญญาเวชกิจ ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน 4 ฬ - 1180 กรุงเทพมหานคร ไปจากโจทก์ในราคา463,644.81 บาท ตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน รวม 41 งวด โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 7 ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวแต่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 243,193.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า ตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจของโจทก์และที่ประทับในสัญญาเช่าซื้อมิได้เป็นตราสำคัญของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 142,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 21 มกราคม 2541) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาชั้นฎีกาว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว และมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยที่ 1 ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามวัน ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจให้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อจากนายสณชัย ชุติภิญโญ เป็นนายวันชัยธัญญาเวชกิจ และโจทก์ส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องผิดไป จึงขอส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องแทนฉบับเดิม เห็นว่า ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5, 6 อันเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องระบุไว้ชัดเจนว่าสัญญาดังกล่าวได้ทำขึ้นระหว่างโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยนายวันชัย ธัญญาเวชกิจ ผู้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจฝ่ายหนึ่งกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้ออีกฝ่ายหนึ่งเมื่ออ่านคำฟ้องแล้วคู่ความโดยเฉพาะจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาย่อมเข้าใจได้ดีว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้นายวันชัยเป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทนโจทก์ การที่โจทก์ระบุในคำฟ้องว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายสณชัยเป็นผู้ลงนามในสัญญาแทน และส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ฉบับที่โจทก์มอบอำนาจให้นายสณชัยมีอำนาจลงนามแทนโจทก์ประกอบคำฟ้องนั้นเป็นเพียงข้อผิดพลาดเล็กน้อย ดังนั้น ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ แม้จะเป็นการขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วและมิได้มีการส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก็ตาม เพราะเป็นการแก้ไขคำฟ้องให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาทราบดีอยู่แล้วและเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยจึงถือว่ามิได้ทำให้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบในทางคดีแต่อย่างใดเมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจรับฟังหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ที่ถูกต้องแทนฉบับเดิมได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2546 บริษัท สยามพาณิชย์ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย กิตติศักดิ์ พงษ์ตันกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท สยามพาณิชย์ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน · จำเลย - นาย กิตติศักดิ์ พงษ์ตันกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรัช ลิ้มวิชัย · สายันต์ สุรสมภพ · เรวัตร อิศราภรณ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2494/2553ฎีกา 3007/2525ฎีกา 685/2550ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1603/2551ฎีกา 991/2548ฎีกา 4432/2534ฎีกา 85/2540ฎีกา 3005/2541ฎีกา 3160/2545ฎีกา 352/2498ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 174/2520ฎีกา 497/2539ฎีกา 5712/2545ฎีกา 19/2523ฎีกา 1060/2543ฎีกา 1361/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ