คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2546
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเจ้าของรวมไม่สามารถตกลงกันให้แบ่งทรัพย์สินรวมได้ ศาลจะกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินนั้นเอง หรือจะสั่งให้ขายทรัพย์สินรวมแล้วแบ่งเงินกันตามส่วนก็ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินพิพาท ซึ่งโจทก์ทั้งสามและจำเลยเป็นผู้มีชื่อในเอกสารสิทธิ ดังกล่าวร่วมกัน ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสาม เนื้อที่ 2 ไร่ 47 ตารางวา หากจำเลยไม่ยอมแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หากไม่สามารถแบ่งแยกได้ให้นำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินแบ่งกันตามส่วนจำเลยไม่ยอมแบ่งแยกและการแบ่งแยกไม่อาจกระทำได้ โจทก์ทั้งสามจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคดีที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินแบ่งกันตามส่วน การยึดทรัพย์ในกรณีนี้มิใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หากแต่เป็น การร้องขอให้ศาลกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินกันระหว่างโจทก์ทั้งสามและจำเลยผู้เป็นเจ้าของรวมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1364 วรรคสอง ฉะนั้น ผู้ร้องทั้งห้าจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 68 หมู่ที่ 5 ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ให้แก่โจทก์ทั้งสามจำนวน 2 ไร่ 47 ตารางวา หากจำเลยไม่ยอมแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถแบ่งแยกได้ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งสามตามส่วน จำเลยไม่ยอมแบ่งแยกและการแบ่งแยกไม่อาจกระทำได้ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินดังกล่าวข้างต้น เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามตามส่วน
ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
โจทก์ทั้งสามให้การว่า ผู้ร้องทั้งห้ามิได้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ดังกล่าว ขอให้ยกคำร้องขอ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดไต่สวนและพิพากษายกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ผู้ร้องทั้งห้าอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ผู้ร้องทั้งห้าฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การที่โจทก์ทั้งสามในฐานะผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทเพื่อนำออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้มาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามและ จำเลยตามส่วนการยึดทรัพย์ในกรณีนี้มิใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหากแต่เป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 วรรคสอง ผู้ร้องทั้งห้าจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 และคดีไม่จำต้องไต่สวนคำร้องขอของผู้ร้องทั้งห้า คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องทั้งห้าฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2546
นางจำเลียง อินโต ที่ 1 กับพวก โจทก์
นางสาวเกษร เล็กแก้วมณี ผู้ร้อง
นางส้มกลิ่น เล็กแก้วมณี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจำเลียง อินโต ที่ 1 กับพวก · ผู้ร้อง - นางสาวเกษร เล็กแก้วมณี · จำเลย - นางส้มกลิ่น เล็กแก้วมณี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิระวรรณ ศิริบุตร · ประพันธ์ ทรัพย์แสง · ดลจรัส รัตนโศภิต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นางแววมณี ประทุมแก้ว · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายกษิดิ์เดช จีนสลุต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา