⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7080/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7080/2546

ป.พ.พ. ม.856 · ป.วิ.แพ่ง ม.142

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบที่มาของหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดว่าเพราะเหตุใดลูกหนี้จึงเป็นหนี้เจ้าหนี้ มิใช่การวินิจฉัยนอกเหนือจากที่ปรากฏในคำฟ้อง หากเจ้าหนี้ยังคงขอให้บังคับลูกหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดที่ฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด โดยตกลงว่าจำเลยจะเบิกเงินจากบัญชีกระแสรายวันโดยใช้เช็ค การที่โจทก์นำสืบว่า ยอดหนี้ในบัญชีกระแสรายวันซึ่งใช้เป็นบัญชีเดินสะพัดที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดเกิดจากจำเลยเป็นร้านค้าสมาชิกรับบัตรเครดิตของโจทก์แล้วจำเลยนำเซลส์สลิปที่ พ. ซื้อสินค้าจากจำเลยโดยใช้บัตรเครดิตของโจทก์ไปเรียกเก็บเงินจากโจทก์ โจทก์นำเงินจำนวนดังกล่าวฝากเข้าบัญชีกระแสรายวันของจำเลยและจำเลยใช้เช็คเบิกถอนเงินไปแล้ว ต่อมาโจทก์เรียกเก็บเงินจาก พ. ไม่ได้ โจทก์จึงนำจำนวนเงินดังกล่าวมาหักออกจากบัญชีกระแสรายวันของจำเลยนั้น เป็นการนำสืบที่มาของหนี้ตามบัญชีกระแสรายวันที่โจทก์และจำเลยใช้เป็นบัญชีเดินสะพัดว่าเพราะเหตุใดจำเลยจึงเป็นหนี้โจทก์ โดยโจทก์ยังคงขอให้บังคับจำเลยตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดที่โจทก์ฟ้อง มิได้ขอให้บังคับจำเลยตามสัญญาอื่นแต่อย่างใด ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้จำเลยรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๒๓,๓๑๐.๕๑ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙.๗๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๒,๘๒๘.๗๗ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๓,๓๑๐.๕๑ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙.๗๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๒,๘๒๘.๗๗ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๑) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๑,๕๐๐ บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยเปิดบัญชีเดินสะพัด ประเภทบัญชีกระแสรายวันกับโจทก์ โดยจำเลยใช้เช็คในการเบิกถอนเงินจากบัญชีดังกล่าว และจำเลยเป็นร้านค้าสมาชิกรับบัตรเครดิตของโจทก์ ต่อมาจำเลยนำเซลส์สลิปของนางสาวพัชรินทร์ อภิชาติภุชงค์ ที่มาซื้อสินค้าของจำเลยโดยใช้บัตรเครดิตของโจทก์ไปเรียกเก็บเงินจากโจทก์ โจทก์ได้นำเงินค่าซื้อสินค้าดังกล่าวเข้าบัญชีกระแสรายวันของจำเลยเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อโจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์จึงนำเงินค่าสินค้าดังกล่าวมาหักทอนกับเงินในบัญชีกระแสรายวันดังกล่าวทำให้จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ ต่อมาโจทก์บอกเลิกสัญญาแก่จำเลย คำนวณถึงวันฟ้องจำเลยค้างชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวม ๒๓,๓๑๐.๕๑ บาท ? มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้จำเลยรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ เป็นการวินิจฉัยนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด การที่โจทก์นำสืบว่า ยอดหนี้ในบัญชีกระแสรายวันซึ่งใช้เป็นบัญชีเดินสะพัดที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดเกิดจากจำเลยเป็นร้านค้าสมาชิกรับบัตรเครดิตของโจทก์ แล้วจำเลยนำเซลส์สลิปที่นางสาวพัชรินทร์ อภิชาติภุชงค์ ซื้อสินค้าจากจำเลยโดยใช้บัตรเครดิตของโจทก์ไปเรียกเก็บเงินจากโจทก์ โจทก์นำเงินจำนวนดังกล่าวฝากเข้าบัญชีกระแสรายวันของจำเลยและจำเลยใช้เช็คเบิกถอนเงินไปแล้ว ต่อมาโจทก์เรียกเก็บเงินจากนางสาวพัชรินทร์ไม่ได้ โจทก์จึงนำจำนวนเงินดังกล่าวมาหักออกจากบัญชีกระแสรายวันของจำเลยนั้น เป็นการนำสืบที่มาของหนี้ตามบัญชีกระแสรายวันที่โจทก์และจำเลยใช้เป็นบัญชีเดินสะพัดว่าเพราะเหตุใดจำเลยจึงเป็นหนี้โจทก์ โดยโจทก์ยังคงขอให้บังคับจำเลยตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดที่โจทก์ฟ้อง มิได้ขอให้บังคับจำเลยตามสัญญาอื่นแต่อย่างใด ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้จำเลยรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ จึงหาเป็นการวินิจฉัยนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7080/2546 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางเกษมศรี อัครเวสสะพงษ์หรือศิลปวานิชย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางเกษมศรี อัครเวสสะพงษ์หรือศิลปวานิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศณุ เลื่อมสำราญ · สายันต์ สุรสมภพ · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงนนทบุรี - นายสมชาย เงารุ่งเรือง · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมชัย เดชะอังกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1079/2497ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2880/2545ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 377/2500ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา