⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7102/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7102/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีผู้ร้องแสดงอำนาจพิเศษว่าตนมิใช่บริวารของจำเลย ศาลชอบที่จะไต่สวนและมีคำสั่งไปตามรูปคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 จัตวา (3)

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญายอมระหว่างโจทก์กับจำเลยมีใจความสำคัญว่า จำเลยจะขนย้ายบริวารออกไปจากที่ดินที่เช่าและส่งมอบที่ดินคืนแก่โจทก์ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2539 ดังนี้ เมื่อล่วงพ้นเวลาดังกล่าวและยังมีผู้อาศัยในสิ่งปลูกสร้างใน ที่ดินของโจทก์ โจทก์ก็ชอบที่ขอให้บังคับคดีแก่ผู้อยู่อาศัยในสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวในฐานะบริวารของจำเลยได้ ส่วนการที่โจทก์สามารถใช้สิทธิตามสัญญายอมอีกข้อหนึ่งที่ว่า โจทก์อาจเข้าร่วมหรือรับสิทธิของจำเลยในคดีที่จำเลยฟ้องขับไล่บุคคลอื่นออกจากอาคารในที่ดินของโจทก์ก็ย่อมเป็นสิทธิของโจทก์อีกทางหนึ่ง ซึ่งไม่มีเหตุผลใดที่จะจำกัดสิทธิของโจทก์ที่จะขอให้บังคับคดีในคดีนี้ เมื่อศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดีนี้กับศาลชั้นต้นในคดีอีก 3 สำนวน ที่จำเลยได้ฟ้องขับไล่ผู้ร้องที่ 1 กับพวก และบุคคลอื่นให้ออกจากอาคารในที่ดินของโจทก์ก็คือศาลชั้นต้นศาลเดียวกัน จึงชอบที่โจทก์จะขอออกหมายบังคับคดีในคดีนี้ได้ เมื่อมีผู้ร้องที่ 1 กับพวก ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษว่าตนมิใช่บริวารของจำเลย ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะไต่สวนและมีคำสั่งไปตามรูปคดีตาม ป.วิ.พ.มาตรา 296 จัตวา (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.275

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าที่ดินต่างตอบแทนและสัญญาซื้อขายอาคาร โจทก์บอกเลิกสัญญาดังกล่าวแล้วและให้จำเลยชำระค่าเสียหาย แต่จำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จสิ้น ให้จำเลยไปจดทะเบียนเพิกถอนสัญญาเช่าที่ดินฉบับลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๓๒ ณ สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครกับโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยขนย้ายบริวารออกจากที่ดินที่เช่า จำเลยให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นคู่ความตกลงกันได้ โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมและออกคำบังคับให้คู่ความปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ดำเนินการบังคับคดีให้ผู้เช่าที่ดินและอาคารเดิมออกจากสถานที่เช่าแทนจำเลย ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำร้องของโจทก์ นางสาวสุมล อมรประภาศิริ และนายเล็ก ตันติพงศ์มงคล ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิอาศัยในอาคารเลขที่ ๖๔๖/๓ แขวงถนนเพชรบุรี เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เพราะผู้ร้องทั้งสองเช่าจากโจทก์ ผู้ร้องทั้งสองจึงไม่ใช่บริวารจำเลย ขอให้งดการบังคับคดีเกี่ยวกับอาคารดังกล่าว นางกรรณิกา โกสินทรกุล ยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีเกี่ยวกับอาคารเลขที่ ๖๔๔/๑-๒ ถนนเพชรบุรี แขวงถนนเพชรบุรี เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ดังกล่าว นางโปเง็ก แซ่แต้ หรือนางมุกดา องค์วรวิเศษ ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีเกี่ยวกับอาคารเลขที่ ๖๔๔/๔-๕ แขวงถนนเพชรบุรี เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ชอบที่จะนำหมายบังคับคดีในคดีนี้เข้าสวมสิทธิของจำเลยไปดำเนินการบังคับคดีโดยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขแดงที่ ๓๑๒๖/๒๕๓๗ คดีหมายเลขแดงที่ ๘๘๒๓/๒๕๓๔ และคดีหมายเลขแดงที่ ๒๗๔๕๑/๒๕๓๖ ซึ่งเป็นศาลที่ได้พิจารณาตัดสินคดีในชั้นต้น มีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดอันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นในคดีนี้ไม่มีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีทั้งสามดังกล่าว จึงไม่รับคำร้องของผู้ร้องทั้งสามด้วย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คืนค่าคำร้องให้ผู้ร้องทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์จะขอให้บังคับคดีแก่บริวารของจำเลยในคดีนี้โดยไม่ต้องไปสวมสิทธิของจำเลยในคดีทั้งสามสำนวนของศาลชั้นต้นที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยในคดีดังกล่าวนั้นได้หรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีนี้มีใจความสำคัญว่า จำเลยยอมให้อาคารและสิ่งปลูกสร้างในที่ดินที่เช่าซึ่งเป็นของโจทก์นั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ และจำเลยจะขนย้ายบริวารออกไปจากที่ดินที่เช่าและส่งมอบที่ดินที่เช่าคืนแก่โจทก์ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๓๙ ดังนี้ เมื่อล่วงพ้นเวลาดังกล่าวแล้วยังมีผู้อยู่อาศัยในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้บังคับคดีแก่ผู้อยู่อาศัยดังกล่าวในฐานะบริวารของจำเลยได้ตามสิทธิของโจทก์ในคดีนี้ดังที่ศาลชั้นต้นก็ได้ออกหมายบังคับคดีให้โจทก์แล้ว ส่วนการที่โจทก์สามารถใช้สิทธิตามสัญญาประนีประนอมยอมความอีกข้อหนึ่งที่อาจเข้าร่วมหรือรับสิทธิของจำเลยในคดีที่จำเลยฟ้องขับไล่บุคคลอื่นออกจากอาคารในที่ดินของโจทก์นั้น ย่อมเป็นสิทธิของโจทก์ในอีกทางหนึ่งที่โจทก์อาจเลือกใช้ได้ตามแต่โจทก์จะเห็นสมควร แต่ไม่มีเหตุผลอย่างใดที่จะจำกัดสิทธิของโจทก์ที่จะขอบังคับคดีในคดีนี้ เมื่อมีผู้ร้องหลายรายยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษว่าตนมิใช่บริวารของจำเลยเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีนี้ปิดประกาศกำหนดเวลาให้ยื่น ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะดำเนินการไต่สวนและมีคำสั่งไปตามรูปคดี เพราะศาลชั้นต้นในคดีนี้กับศาลชั้นต้นในคดีอีก ๓ สำนวน ตามที่โจทก์อ้างถึงก็คือศาลชั้นต้นศาลเดียวกัน ทั้งมิใช่การขอบังคับคดีในคดีอีก ๓ สำนวน ดังกล่าว แต่เป็นการขอบังคับคดีในคดีนี้ การที่จะให้ผู้ร้องทุกรายไปยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษในคดีอีก ๓ สำนวน ดังกล่าว โดยที่ยัง มิได้มีการออกหมายบังคับคดีในคดีเหล่านั้นย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ จัตวา (๓) คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของผู้ร้องทุกรายแล้วมีคำสั่งไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7102/2546 บริษัทนายเลิศ จำกัด โจทก์ นางสาวสุมล อมรประภาศิริ กับพวก บริษัทเอ อาร์ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทนายเลิศ จำกัด · กับพวก - นางสาวสุมล อมรประภาศิริ · จำเลย - บริษัทเอ อาร์ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายนิติ เอื้อจรัสพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 7732/2552ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517ฎีกา 7012/2543ฎีกา 2207/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา