⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1153/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1153/2547

ป.อาญา ม.56, 58 · ป.วิ.อาญา ม.15, 158, 192 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ทราบรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติและไม่คัดค้าน จะไม่สามารถโต้แย้งรายงานดังกล่าวในชั้นฎีกาได้ ศาลมีอำนาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีหลังได้ตามกฎหมาย แม้โจทก์จะมิได้ขอให้บวกโทษไว้ในฟ้องก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นแจ้งรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติให้จำเลยทราบ จำเลยไม่คัดค้านและลงชื่อไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา จำเลยจะมาโต้แย้งรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติในชั้นฎีกาไม่ได้ ถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 รายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติระบุว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครนายกให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และในคดีของศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุก 1 เดือน และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และในระหว่างที่ยังไม่ครบกำหนด 2 ปี ตามที่รอการลงโทษไว้ในคดีทั้งสองสำนวน จำเลยกระทำความผิดเป็นคดีนี้อีก แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและขอให้บวกโทษในคดีทั้งสองสำนวนก่อนเข้ากับโทษคดีนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีทั้งสองสำนวนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ตาม ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก กรณีนี้มิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยเพราะกฎฆมายบังคับให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังด้วย และมิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 336 ทวิ, 83 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคแรก (ที่ถูกมาตรา 335 (7) วรรคแรก) ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นแจ้งรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยไม่คัดค้านและลงชื่อไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาด้วย ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 3 ธันวาคม 2544 ดังนี้ จำเลยจะมาโต้แย้งรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติในชั้นฎีกาไม่ได้ ถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษนั้น เห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคแรก ประกอบมาตรา 336 ทวิ นั้น มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีหกเดือนถึงเจ็ดปีหกเดือน และปรับตั้งแต่สามพันบาทถึงหนึ่งหมื่นห้าพันบาท ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจวางโทษก่อนลดให้จำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน จึงเป็นการลงโทษจำเลยตามอัตราขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษจำเลยต่ำกว่านี้ได้อีกและการที่จำเลยร่วมกับพวกลักทรัพย์ของผู้เสียหายโดยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด พาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นจากการจับกุมนับเป็นการกระทำความผิดที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวโดยมิได้คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่นและความสงบสุขของสังคมส่วนรวม โดยเฉพาะได้ความจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติว่าก่อนคดีนี้จำเลยมีประวัติกระทำความผิดมาแล้ว 2 ครั้ง ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2154/2543 ของศาลจังหวัดนครนายก ซึ่งพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2543 และในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 894/2544 ของศาลชั้นต้น ซึ่งพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ ให้จำคุก 1 เดือน และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2544 แต่จำเลยยังได้กระทำความผิดเป็นคดีนี้อีกภายในเวลาที่รอการลงโทษไว้ในคดีทั้งสองสำนวนดังกล่าวแสดงว่าจำเลยมิได้เข็ดหลาบ และมิได้เกรงกลัวต่อโทษที่จะได้รับตามกฎหมาย พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น และเมื่อความปรากฏแก่ศาลเองจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครนายกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2154/2543 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 894/2544 ของศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุก 1 เดือน และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และในระหว่างที่ยังไม่ครบกำหนด 2 ปี ตามที่รอการลงโทษไว้ในคดีทั้งสองสำนวนดังกล่าว จำเลยกระทำความผิดเป็นคดีนี้อีกดังที่กล่าวมาแล้ว แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและขอให้บวกโทษในคดีทั้งสองสำนวนก่อนเข้ากับโทษคดีนี้ก็ตาม ศาลฎีกาก็มีอำนาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2154/2543 ของศาลจังหวัดนครนายก และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 894/2544 ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก กรณีนี้มิใช่การเพิ่มเติมโทษจำเลยเพราะกฎหมายบังคับให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังด้วย และมิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2154/2543 ของศาลจังหวัดนครนายก และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 894/2544 ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ รวมเป็นจำคุก 16 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1153/2547 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี โจทก์ นางสาวเหว่า สาฤทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี · จำเลย - นางสาวเหว่า สาฤทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · องอาจ โรจนสุพจน์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1360/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 1294/2509ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 6321/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ