⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1981/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1981/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ตัวการมอบหมายให้ตัวแทนเชิดทำการซื้อขายทรัพย์สินแทนตน โดยบุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ทราบว่ามีตัวแทนเชิดอยู่ ตัวการย่อมต้องผูกพันตามนิติกรรมที่ตัวแทนเชิดได้กระทำไปเสมือนว่าตัวการได้กระทำด้วยตนเอง

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยที่ 2 มิได้มอบหมายหรือแต่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนขายรถยนต์คันพิพาทแก่โจทก์โดยแสดงออกชัด แต่พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาจากผู้ผลิตแล้วจำเลยที่ 2 ขายรถยนต์คันดังกล่าวแก่บริษัท ต. และยังยินยอมตรวจสภาพรถยนต์คันดังกล่าวตามระยะให้แก่โจทก์ โดยที่จำเลยที่ 2 มิได้ทักท้วงหรือกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้เห็นว่ามิได้เป็นตัวการ ทั้งปรากฏด้วยว่าจำเลยที่ 1 กับบริษัท ต. มีกรรมการบริษัทเป็นชุดเดียวกันและมีจำนวน 2 คนเช่นเดียวกัน คือ ช. และ ส. จึงน่าเชื่อว่าบริษัทจำเลยที่ 1 และบริษัท ต. เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน พฤติการณ์ตามข้อเท็จจริงแห่งคดีถือได้ว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาให้บริษัท ต. จัดจำหน่ายรถยนต์คันดังกล่าวแทนตนโดยไม่กำหนดว่าต้องจัดการจำหน่ายอย่างไร เป็นการเชิดบริษัท ต. เป็นตัวแทนเชิดและบริษัท ต. ได้ใช้ชื่อของจำเลยที่ 1 ในการจำหน่ายรถยนต์คันพิพาทให้แก่โจทก์ ซึ่งตามพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 2 รู้แล้วว่าบริษัท ต. โดยจำเลยที่ 1 จำหน่ายรถยนต์คันดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการจึงมีหน้าที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริต

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันไปจดโอนชื่อทางทะเบียนในใบคู่มือจดทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกโอนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์คันดังกล่าวข้างต้นให้เป็นชื่อของโจทก์ และส่งมอบใบคู่มือจดทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ตามฟ้องพร้อมทั้งมอบใบคู่มือจดทะเบียนให้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 2 ไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ในการขายรถยนต์คันพิพาทหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ 2 มิได้มอบหมายหรือแต่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนขายรถยนต์คันพิพาทแก่โจทก์โดยแสดงออกชัด แต่พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาจากบริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2539 ตามใบแจ้งการจำหน่ายเอกสารหมาย ล.3 แล้วจำเลยที่ 2 ขายรถยนต์คันดังกล่าวแก่บริษัทตากสิน อินเตอร์คาร์ จำกัด ตามใบสั่งขายและสำเนาใบส่งสินค้า เอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 และยังยินยอมตรวจสภาพรถยนต์คันดังกล่าวตามระยะให้แก่โจทก์ตามที่ปรากฏรายการตรวจในสมุดรับประกันเอกสารหมาย จ.6 โดยที่จำเลยที่ 2 มิได้ทักท้วงหรือกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้เห็นว่ามิได้เป็นตัวการ ทั้งปรากฏด้วยว่าบริษัทสามพราน ออโตเซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด จำเลยที่ 1 กับบริษัทตากสิน อินเตอร์คาร์ จำกัด มีกรรมการของบริษัทเป็นชุดเดียวกันและมีจำนวน 2 คนเช่นเดียวกัน คือ นายชวโรจน์ สุทธิชัยรัตนา นางสาวไพลิน หยึกประเสริฐ ตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 และ จ.7 จึงน่าเชื่อว่า บริษัทสามพราน ออโตเซลส์ แอนส์ เซอร์วิส จำกัด จำเลยที่ 1 และบริษัทตากสิน อินเตอร์คาร์ จำกัด เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน พฤติการณ์ตามข้อเท็จจริงแห่งคดีถือได้ว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาให้บริษัทตากสิน อินเตอร์คาร์ จำกัด จัดจำหน่ายรถยนต์คันดังกล่าวแทนตนโดยไม่กำหนดว่าต้องจัดการจำหน่ายอย่างไร เป็นการเชิดบริษัทตากสิน อินเตอร์คาร์ จำกัด เป็นตัวแทนเชิดและบริษัทตากสิน อินเตอร์คาร์ จำกัด ได้ใช้ชื่อของจำเลยที่ 1 ในการจำหน่ายรถยนต์คันพิพาทให้แก่โจทก์ ซึ่งตามพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่า จำเลยที่ 2 รู้แล้วว่าบริษัทตากสิน อินเตอร์คาร์ จำกัด โดยจำเลยที่ 1 จำหน่ายรถยนต์คันดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการจึงมีหน้าที่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต โจทก์มีใบรับมอบรถยนต์และสมุดรับประกัน เอกสารหมาย จ.5 และ จ.6 ในครอบครอง โจทก์รับรถยนต์จากจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2539 และได้ชำระเงินจำนวน 528,000 บาท ซึ่งเป็นราคารถยนต์คันดังกล่าวรวมกับค่าประกันรถยนต์ ค่าโอนทะเบียนและค่าล้อแม็ก ตามใบรับเงินชั่วคราวเอกสารหมาย จ.4 โจทก์จึงเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริต จำเลยที่ 2 รู้แล้วยอมให้บริษัทตากสิน อินเตอร์คาร์ จำกัด ใช้ชื่อจำเลยที่ 1 จำหน่ายรถยนต์คันดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ผู้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริต โดยถือเสมือนว่าจำเลยที่ 1 ได้เชิดตัวเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกในการขายรถยนต์คันดังกล่าวแก่โจทก์ของจำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1981/2547 นายสุภาพ กิจฉลอง โจทก์ บริษัทสามพราน ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุภาพ กิจฉลอง · จำเลย - บริษัทสามพราน ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสจำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประดิษฐ์ ทรงฤกษ์ · วัฒนชัย โชติชูตระกูล · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6567/2544ฎีกา 3489/2536ฎีกา 597/2534ฎีกา 2763/2536ฎีกา 1117/2527ฎีกา 694/2531ฎีกา 2159/2542ฎีกา 397/2554ฎีกา 1384/2518ฎีกา 449/2519ฎีกา 6542/2552ฎีกา 442/2496ฎีกา 7954/2538ฎีกา 7848/2553ฎีกา 4879/2533ฎีกา 6164/2533ฎีกา 1122/2519ฎีกา 3394/2536ฎีกา 4594/2549ฎีกา 1630/2509ฎีกา 3023/2537ฎีกา 1121/2533ฎีกา 1892/2538ฎีกา 4746/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ