⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2384/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2384/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้ไขคำให้การในคดีแรงงานให้ใช้ ป.วิ.พ. มาตรา 180 โดยอนุโลม และการกำหนดประเด็นข้อพิพาทและวันนัดสืบพยานใหม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 39 โดยไม่ต้องชี้สองสถานตาม ป.วิ.พ. มาตรา 183

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มิได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำให้การไว้ จึงต้องนำ ป.วิ.พ. มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31 การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยขึ้นใหม่แทนวันนัดพิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์แต่เดิม เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วจึงไม่จำต้องนำเรื่องการชี้สองสถานตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 183 มาใช้บังคับ ถือได้ว่าคดีแรงงานไม่มีการชี้สองสถาน เมื่อคดีไม่มีการชี้สองสถานและมีการสืบพยานนัดแรก (พยานจำเลย) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 การยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 จึงเป็นการยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การก่อนวันนัดสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 14,666.66 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นเงิน 425,000 บาท จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 184,166.66 บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อ 2 ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การภายหลังจากศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มิได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำให้การไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ซึ่งมาตรา 180 บัญญัติว่า "การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การที่คู่ความเสนอต่อศาลไว้แล้วให้ทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน..." ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหลังจากที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีแล้ว ศาลแรงงานกลางได้นัดพิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 28 มกราคม 2545 ในวันนัดดังกล่าวผู้รับมอบอำนาจจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดี ศาลแรงงานกลางไกล่เกลี่ยแล้วคู่ความยังตกลงกันไม่ได้ จึงได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วมีคำสั่งให้จำเลยนำพยานเข้าสืบก่อนโดยนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 14 มีนาคม 2545 ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การตามคำร้องลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 ในวันนัดสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2545 โจทก์แถลงขอนำคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยไปปรึกษากับทนายความก่อนว่าจะโต้แย้งหรือไม่และขออนุญาตเลื่อนคดี ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 ซึ่งในวันนัดสืบพยานจำเลยดังกล่าว ศาลแรงงานกลางได้สืบพยานจำเลยได้ 1 ปาก และมีคำสั่งยกคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยโดยอ้างว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การล่วงพ้นกำหนดเวลาอันสมควรคือ ศาลได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไปแล้วจึงไม่อนุญาต เห็นว่า การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยขึ้นใหม่แทนวันนัดพิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์แต่เดิมเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2545 นั้น เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องนำเรื่องการชี้สองสถานตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 มาใช้บังคับ ถือได้ว่าคดีแรงงานไม่มีการชี้สองสถาน เมื่อคดีนี้ไม่มีการชี้สองสถานและเพิ่งจะมีการสืบพยานนัดแรก (พยานจำเลย) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 การยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 จึงเป็นการยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การก่อนวันนัดสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การล่วงพ้นกำหนดเวลาอันสมควรนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น และการอนุญาตให้แก้ไขคำให้การของจำเลยดังกล่าวอาจทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงยังไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยอีกต่อไป" พิพากษายกคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง อนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การตามคำร้องฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 และให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2384/2547 นางสาวพูนทรัพย์ ประสบแก้ว โจทก์ บริษัทมัตสุชิตะ อีเล็คทริค เวิร์คส์ (อยุธยา) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวพูนทรัพย์ ประสบแก้ว · จำเลย - บริษัทมัตสุชิตะ อีเล็คทริค เวิร์คส์ (อยุธยา) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา สุทธิบดี · อรพินท์ เศรษฐมานิต · สถิตย์ อรรถบลยุคล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 988/2485ฎีกา 4715/2542ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ