⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2902/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2902/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องในระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องก่อนศาลประทับฟ้อง ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ และศาลจะพิพากษายกฟ้องโดยไม่ได้สืบพยานให้สิ้นกระแสความก่อนไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องในระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องซึ่งจำเลยยังไม่อยู่ในฐานะเป็นจำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 165 วรรคท้าย ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบเพราะศาลชั้นต้นยังมิได้ประทับฟ้องไว้พิจารณา และจำเลยก็ยังไม่ได้ต่อสู้คดีหรือนำพยานเข้าสืบ ทั้งนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 164 คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องได้ จึงเป็นคำสั่งโดยชอบหาใช่คำสั่งที่ผิดระเบียบหรือผิดหลงไม่ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องและให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่ได้มีการสืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นกระแสความก่อน ย่อมเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.165 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 341 ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องรวม 3 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่ 3 ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2542 โจทก์ขอแก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องโดยเพิ่มเติมคำว่า โดยทุจริต ต่อจากข้อความว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในตำแหน่งพนักงานจัดซื้อ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันดังกล่าวว่ากรณีเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ อนุญาตสำเนาให้จำเลย ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2542 และสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 ซึ่งสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมที่อนุญาตให้โจทก์แก้และเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2544 ให้ดำเนินการสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไปจนเสร็จ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 ที่ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องได้ตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2542 และให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยเป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้คำฟ้องโจทก์จะมิได้ระบุคำว่า โดยทุจริต ก็หาทำให้คำฟ้องของโจทก์เสียไปเพราะเหตุบรรยายฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิดไม่ เนื่องจากโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในตำแหน่งฝ่ายจัดซื้อได้หลอกลวงโจทก์หลายครั้งต่างกรรมต่างวาระว่า ถ้าโจทก์ต้องการขายสินค้าของโจทก์ให้แก่บริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ต้องชำระค่าตอบแทนแก่ผู้บริหารของบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในอัตราร้อยละ 5 ของราคาขายสินค้าที่โจทก์ขายให้แก่บริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในแต่ละงวด มิฉะนั้นบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จะไม่ตกลงซื้อสินค้าจากโจทก์ ซึ่งเป็นข้อความเท็จ ความจริงแล้วผู้บริหารของบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด มิได้เรียกร้องค่าตอบแทนจากโจทก์ดังที่จำเลยอ้างแต่อย่างใด โจทก์หลงเชื่อว่าเป็นความจริงตามคำหลอกลวงของจำเลยและประสงค์จะขายสินค้าให้แก่บริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้จ่ายเงินตามคำหลอกลวงของจำเลยโดยการจ่ายเข้าบัญชีเงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาพระโขนง บัญชีเลขที่ 1574352454 ในชื่อบัญชีว่า "แต๋ว เกตุมาชม" ตามที่จำเลยแจ้งแก่โจทก์รวม 14 ครั้ง เป็นเงิน 2,711,916 บาท จากคำบรรยายฟ้องดังกล่าวมีความหมายบ่งบอกอยู่ในตัวว่าจำเลยกระทำโดยทุจริต คำฟ้องของโจทก์จึงครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้วการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องตามคำร้องฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2542 โดยขอเติมคำว่า โดยทุจริต ต่อจากข้อความว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในตำแหน่งพนักงานจัดซื้อ จึงเป็นเพียงแก้ไขหรือเพิ่มเติมรายละเอียดให้ชัดแจ้งยิ่งขึ้น โดยโจทก์ได้แสดงเหตุอันควรในคำร้องแล้วว่าคำฟ้องของโจทก์ยังมีข้อบกพร่อง และการยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องตามคำร้องดังกล่าวก็ยังอยู่ในระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องซึ่งจำเลยยังไม่อยู่ในฐานะเป็นจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคท้าย ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบเพราะศาลชั้นต้นยังมิได้ประทับฟ้องไว้พิจารณา และจำเลยก็ยังไม่ได้ต่อสู้หรือนำพยานเข้าสืบ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 164 คำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งสั่งตามคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2542 ที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องได้ จึงเป็นคำสั่งโดยชอบแล้วหาใช่คำสั่งที่ผิดระเบียบหรือผิดหลงไม่ ดังนั้น คำสั่งศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 ที่ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องได้ตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2542 และให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่ได้มีการสืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นกระแสความก่อนย่อมเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2902/2547 บริษัทซึงรี แอนด์ ด่านขุนทด โค-ออป จำกัด โจทก์ นางชมนาถ ภักดีหรือหวังภัทรพงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทซึงรี แอนด์ ด่านขุนทด โค-ออป จำกัด · จำเลย - นางชมนาถ ภักดีหรือหวังภัทรพงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลรัตน์ ประทุมทาน · สุรพล เจียมจูไร · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 2303/2518ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 599/2532ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ