⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3102/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3102/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยโดยที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยโดยลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม เมื่อจำเลยอุทธรณ์แต่ฝ่ายเดียว การที่ศาลอุทธรณ์มิได้ลดโทษให้จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 78 ทั้งที่ศาลชั้นต้นลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามนั้น ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยทั้งที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 212

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2542 จำเลยกับ ช. พวกของจำเลยซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันมี เมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 190 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยและยึดได้เมทแอมเฟตามีนจำนวน 190 เม็ด และหมวกนิรภัยจำนวน 1 ใบ ที่จำเลยกับพวกใช้ซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลาง ก่อนคดีนี้เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2542 จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ จำคุก 6 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 10278/2542 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ป.อ. มาตรา 32, 33, 58, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนและหมวกนิรภัยของกลาง กับบวกโทษของจำเลยในคดีดังกล่าวเข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุก 9 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน (ที่ถูกจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเท่านั้น) เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี บวกโทษจำคุก 6 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 10278/2542 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้เป็นจำคุก 6 ปี 6 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนและหมวกนิรภัยของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 ให้จำคุก 6 ปี บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนแล้ว เป็นจำคุก 6 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์มิได้ลดโทษให้จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 78 เป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 212 หรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมี เมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 ให้จำคุก 6 ปี โดยมิได้ลดโทษให้จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 78 ทั้งที่ศาลชั้นต้นลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามนั้น กรณีถือ ได้ว่าเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยทั้งที่โจทก์มิได้อุทธณ์ จึงเป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 212 ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขโดยลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม ฎีกาของจำเลยส่วนนี้ฟังขึ้น ? พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม) , 67 (ที่แก้ไขใหม่) ลดโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อน เป็นจำคุก 4 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3102/2547 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายอธิการ จงจักรพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายอธิการ จงจักรพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระวรรณ ศิริบุตร · ประพันธ์ ทรัพย์แสง · จรูญ อินทจาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายประพันธ์ กองมะลิกันแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายธีระเดช เกาไศยนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 180/2554ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1826/2547ฎีกา 1331/2520ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6416/2541ฎีกา 628/2493ฎีกา 370/2542ฎีกา 8131/2548ฎีกา 2590/2524ฎีกา 1790/2521ฎีกา 7878/2538ฎีกา 7245/2554ฎีกา 5806/2534ฎีกา 2538/2528ฎีกา 6553/2547ฎีกา 2651/2517ฎีกา 45/2484ฎีกา 1465/2522ฎีกา 1189/2537ฎีกา 904-906/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา