⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1816/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่คู่กรณีต่างสมัครใจทำร้ายซึ่งกันและกันในทันทีทันใดนั้น ไม่สามารถอ้างเหตุป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้ 2. พฤติการณ์ที่ผู้ตายมีส่วนในการก่อเหตุและจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษ

ย่อคำพิพากษา

น. เป็นพี่สาวของจำเลย ผู้ตายทะเลาะกับ น. จำเลยเข้าไปห้ามทำให้ผู้ตายไม่พอใจ แล้วผู้ตายกับจำเลยใช้อาวุธปืนยิงซึ่งกันและกันในทันทีทันใดนั้นหลายนัด แสดงว่าต่างสมัครใจทำร้ายซึ่งกันและกัน และขณะนั้นพี่น้องและหลานของจำเลยวิ่งออกจากร้านที่เกิดเหตุแล้ว จำเลยจะอ้างว่าผู้ตายยิงจำเลยก่อนจำเลยจึงยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตัวจำเลย พี่น้องและหลานของจำเลยหาได้ไม่ พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุที่ผู้ตายถืออาวุธปืนข่มขู่ชวนวิวาทตลอดเวลานับว่าผู้ตายมีส่วนในการก่อเหตุคดีนี้ด้วย ประกอบกับจำเลยก็ให้การรับในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ สมควรวางโทษและลดโทษจำเลยให้เบาลงตามความเหมาะสมของพฤติการณ์แห่งคดี.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงร้อยเอกวิชิต เศรษฐเสวี ถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 91พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 และสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาฆ่าผู้อื่น จำเลยรับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง แต่กระทำไปเพราะบันดาลโทสะและเพื่อป้องกันตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุก 20 ปี และมีความผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 ให้จำคุก 6 เดือน แต่จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหานี้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 3 เดือน รวมเป็นจำคุก 20 ปี 3 เดือน คืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ทั้งจำเลยก็ถูกยิงได้รับอันตรายสาหัส สมควรลดโทษให้แก่จำเลยพิพากษาแก้เป็นว่าข้อหาฆ่าผู้อื่น ลดโทษให้ 1 ใน 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เหลือจำคุก 15 ปี รวมเป็นจำคุก15 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตัวหรือไม่ จำเลยอ้างว่าจำเลยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตายมาก่อน ผู้ตายยิงจำเลยก่อน จำเลยจึงยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาเห็นว่าทางนำสืบทั้งสองฝ่ายรับกันว่าผู้ตายกับจำเลยไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกัน แต่ผู้ตายกับนางหนึ่งนุชพรหมมินทร์ พี่ของจำเลยมีเหตุโต้เถียงกัน จำเลยเข้าไปห้ามทำให้ผู้ตายไม่พอใจจำเลย ผู้ตายกับจำเลยใช้อาวุธปืนยิงซึ่งกันและกันในทันทีทันใดหลายนัดย่อมแสดงว่าทั้งสองฝ่ายต่างสมัครใจที่จะใช้อาวุธปืนทำร้ายซึ่งกันและกัน จะอ้างว่าผู้ตายยิงจำเลยก่อน จำเลยจึงยิงผู้ตาย เป็นการกระทำไปเพื่อป้องกันตัวจำเลยและพี่น้องหลานของจำเลยไม่ได้ เพราะขณะที่ยิงกันพี่น้องและหลานของจำเลยวิ่งออกจากร้านเกิดเหตุแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายที่ว่าจำเลยกับผู้ตายต่างก็ใช้อาวุธปืนยิงซึ่งกันและกัน ขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบานั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ตายกับจำเลยต่างใช้อาวุธปืนยิงซึ่งกันและกัน จนจำเลยก็บาดเจ็บสาหัสพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุที่ผู้ตายถืออาวุธปืนข่มขู่ชวนวิวาทตลอดเวลานับว่าผู้ตายมีส่วนในการก่อเหตุคดีนี้ด้วย ประกอบกับจำเลยก็ให้การรับในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาว่าได้ใช้อาวุธยิงผู้ตายจริงอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษสมควรวางโทษและลดโทษจำเลยให้เบาลงตามความเหมาะสมของพฤติการณ์แห่งคดีฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ข้อหาฆ่าผู้อื่นให้จำคุก 15 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปีรวมเป็นจำคุก 10 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2530 พนักงานอัยการ จังหวัดเชียงราย โจทก์ นายจำรัส พรหมมินทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายจำรัส พรหมมินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สาระ เสาวมล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 6416/2541ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1790/2521ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 45/2484ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529ฎีกา 8534/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ