⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 414/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ค่าอากรและหนี้เงินเพิ่มจากการชำระล่าช้าเป็นหนี้คนละรายกัน และเงินเพิ่มตามกฎหมายศุลกากรไม่ใช่ดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากมีหนี้หลายรายและหนี้ถึงกำหนดชำระพร้อมกัน หนี้ค่าภาษีอากรซึ่งเป็นรายที่ตกหนักที่สุดย่อมได้รับการปลดเปลื้องไปก่อน

ย่อคำพิพากษา

หนี้ค่าอากรเกิดจากการที่โจทก์นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนหนี้เงินเพิ่มเกิดจากการที่โจทก์มิได้ชำระค่าอากรภายในกำหนด กล่าวคือมิได้เสียในเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบขนสินค้าให้ตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ มาตรา 10 วรรคหนึ่ง ซึ่งต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละหนึ่งต่อเดือนของค่าอากรนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยสินค้าตามมาตรา 112 จัตวา หนี้ค่าอากรกับหนี้เงินเพิ่มจึงมิได้เป็นมูลหนี้รายเดียวกัน และเงินเพิ่มตามมาตรานี้มิใช่ดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 329 จึงไม่อาจนำมาตราดังกล่าวมาใช้บังคับได้ กรณีเป็นเรื่องลูกหนี้ต้องผูกพันต่อเจ้าหนี้ในอันจะกระทำการเพื่อชำระหนี้เป็นการอย่างเดียวกันโดยมูลหนี้หลายราย หนี้ถึงกำหนดชำระพร้อมกัน หนี้ค่าภาษีอากรเป็นรายที่ตกหนักที่สุดย่อมได้รับการปลดเปลื้องไปก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 328 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.328 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.329 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.10 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.112

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าอากรและเงินเพิ่มอากรขาเข้าจำนวน 455,994 บาท แก่โจทก์พร้อมเงินเพิ่มอากรขาเข้าร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 276,360 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า การนำเงินของผู้ค้ำประกันไปหักชำระค่าอากรก่อนเป็นการชอบหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อนี้ว่า หนี้ค่าอากรและหนี้เงินเพิ่มเป็นมูลหนี้รายเดียวกัน ไม่อาจนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 328 มาใช้บังคับได้ ต้องบังคับตามมาตรา 329 นั้น เห็นว่า หนี้ค่าอากรเกิดจากการที่โจทก์นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนหนี้เงินเพิ่มเกิดจากการที่โจทก์มิได้ชำระค่าอากรภายในกำหนด กล่าวคือมิได้เสียในเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบขนสินค้าให้ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง ซึ่งต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละหนึ่งต่อเดือนของค่าอากรนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยสินค้าตามมาตรา 112 จัตวา หนี้ค่าอากรกับหนี้เงินเพิ่มจึงมิได้เป็นมูลหนี้รายเดียวกัน และเงินเพิ่มตามมาตรานี้มิใช่ดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 จึงไม่อาจนำมาตราดังกล่าวมาใช้บังคับได้ กรณีนี้เป็นเรื่องลูกหนี้ต้องผูกพันต่อเจ้าหนี้ในอันจะกระทำการเพื่อชำระหนี้เป็นการอย่างเดียวกันโดยมูลหนี้หลายราย หนี้ถึงกำหนดชำระพร้อมกัน หนี้ค่าภาษีอากรเป็นรายที่ตกหนักที่สุดย่อมได้รับการปลดเปลื้องไปก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 328 วรรคสอง ที่ศาลภาษีอากรกลางให้นำเงินของผู้ค้ำประกันไปหักชำระค่าอากรก่อนเป็นการชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2547 กรมศุลกากร โจทก์ บริษัท ซี.เอซ.การค้าสากล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร · จำเลย - บริษัท ซี.เอซ.การค้าสากล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองหล่อ โฉมงาม · วิชัย ชื่นชมพูนุท · โนรี จันทร์ทร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1331/2534ฎีกา 4991/2552ฎีกา 675/2545ฎีกา 3055/2526ฎีกา 960/2541ฎีกา 6320/2534ฎีกา 3761/2532ฎีกา 3363/2537ฎีกา 4562/2536ฎีกา 2080/2548ฎีกา 7673/2546ฎีกา 1378/2547ฎีกา 3148/2535ฎีกา 6555/2538ฎีกา 476/2492ฎีกา 1529/2559ฎีกา 3788/2528ฎีกา 1426/2530ฎีกา 278/2520ฎีกา 1145/2473ฎีกา 2033/2567ฎีกา 1010/2537ฎีกา 71/2474ฎีกา 4228/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ