⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 569/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างที่ระบุให้ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเมื่อสิ้นสุดสัญญา เป็นโมฆะหากมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2538 นับถึงวันที่ 17 มีนาคม 2544 ที่มีการทำสัญญาจ้างงานใหม่ โจทก์ทำงานติดต่อกันมาถึง 5 ปีเศษ สัญญาจ้างใหม่ระหว่างโจทก์กับจำเลยกำหนดว่าเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นโจทก์เป็นลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยอยู่แล้ว สัญญาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 118 อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ดังนั้น ระยะเวลาการทำงานของโจทก์กับจำเลยตามสัญญาจ้างเดิมจึงต้องนับรวมเข้ามาด้วย โจทก์มีอายุงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ต่อมาจำเลยได้มีหนังสือเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด โจทก์ทำงานกับจำเลยติดต่อกันครบ 6 ปี จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชย แต่จำเลยไม่ยอมจ่าย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 527,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์เข้าทำงานเป็นพนักงานของจำเลยโดยได้ทำสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ตามกำหนดระยะเวลา โจทก์จึงเป็นลูกจ้างจำเลยเพียงระยะเวลาปีเศษ ไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 527,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "โจทก์ได้สมัครเข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2538 เมื่อนับถึงวันที่ 17 มีนาคม 2544 ที่มีการทำสัญญาจ้างงานใหม่ตามเอกสารหมาย ล.3 โจทก์ทำงานติดต่อกันมาถึง 5 ปีเศษ มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเพราะเหตุเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอยู่แล้ว การที่จำเลยทำสัญญาจ้างกับโจทก์ใหม่ ตามเอกสารหมาย ล.2 โดยข้อ 3 ระบุว่า ลูกจ้างได้เริ่มเข้าทำงานตามสัญญานี้เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2544 และกำหนดสิ้นสุดการทำงานตามสัญญานี้ในวันที่ 15 มิถุนายน 2545 หรือสิ้นสุดสัญญางานโครงการและข้อ 6 ที่ว่า เมื่อกำหนดเวลาจ้างตามข้อ 3 สิ้นสุดลงแล้ว ให้สัญญาจ้างนี้เป็นอันเลิกต่อกันโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และลูกจ้างเข้าใจด้วยดีแล้วว่า การเลิกจ้างตามสัญญานี้ นายจ้างไม่มีความผูกพันที่จะต้องจ่ายค่าชดเชย และลูกจ้างไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกร้งอค่าชดเชยจากนายจ้างนั้น เป็นที่เห็นได้โดยชัดแจ้งว่ามีวัตถุประสงค์ที่จะหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นลบูกจ้างตามสิทธิที่ลูกจ้างพึงมีพึงได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ดังนั้น ระยะเวลาการทำงานของโจทก์กับจำเลยตามสัญญาจ้างเดิมจึงต้องนับรวมเข้ามาด้วย ส่วนการที่ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย เอกสารหมาย ล.3 บทที่ 9 การสิ้นสุดการจ้าง ข้อ 3 การเลิกจ้างให้หมายถึงการเกษียณอายุด้วยนั้น มิใช่คุณสมบัติต้องห้ามมิให้บุคคลที่มีอายุเกิน 60 ปี เป็นพนักงานของจำเลย เป็นแต่เพียงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ให้จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้เท่านั้น ประกอบกับบทที่ 1 อันเป็นบททั่วไป ข้อ 2 นโยบายการจ้าง ข้อ 2.1 ด้านคุณสมบัติ กำหนดอายุบุคคลที่จะเป็นลูกจ้างไว้ว่า อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ เท่านั้น ไม่ได้กำหนดว่า อายุต้องไม่เกิน 60 ปี ไว้ด้วย จำเลยจึงทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างได้ไม่ขัดต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยแต่ประการใด การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย มีอายุงานครบ 6 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายจำนวน 240 วัน จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น สำหรับอุทธรณ์ข้ออื่นไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2547 หม่อมหลวงปรารถนา เกษมสันต์ โจทก์ บริษัทเนชั่นแนล เอ็นยิเนียรริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หม่อมหลวงปรารถนา เกษมสันต์ · จำเลย - บริษัทเนชั่นแนล เอ็นยิเนียรริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย จึงประเสริฐ · อรพินท์ เศรษฐมานิต · ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 3803/2565ฎีกา 7200/2540ฎีกา 933/2560ฎีกา 1961/2543ฎีกา 961/2566ฎีกา 1783/2551ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 5236/2542ฎีกา 4823/2548ฎีกา 11912/2553ฎีกา 6096/2550ฎีกา 8854/2547ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 2257/2543ฎีกา 8739/2551ฎีกา 5162/2553ฎีกา 4541/2550ฎีกา 2403-2430/2543ฎีกา 958/2552ฎีกา 1645/2538ฎีกา 6066/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ