คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2547
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฎีกาที่ไม่แสดงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คลาดเคลื่อนหรือไม่ถูกต้องอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยฎีกาว่าจำเลยยังไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกาได้โปรดพิจารณาพิพากษาอีกชั้นหนึ่ง โดยมีข้อความเพียงว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์เนื่องจากพยานโจทก์ที่นำสืบเป็นพยานบอกเล่าไม่ควรรับฟัง จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกจำเลย 12 ปี เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีความเห็นไม่ตรงกันเช่นนี้ สมควรที่คดีนี้จะขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุด เพื่อได้โปรดพิจารณาพิพากษาชี้ขาดเป็นที่สุด จำเลยก็พร้อมจะยอมรับตามคำพิพากษาของศาลฎีกาทุกประการ ฎีกาของจำเลยดังกล่าวมิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา เพื่อให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คลาดเคลื่อนหรือไม่ถูกต้องอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๗
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ วรรคสอง จำคุก ๑๒ ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า จำเลยยังไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ จึงฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกาได้โปรดพิจารณาพิพากษาอีกชั้นหนึ่ง โดยมีข้อความเพียงว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์เนื่องจากพยานโจทก์ที่นำสืบเป็นพยานบอกเล่าไม่ควรรับฟัง จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกจำเลย ๑๒ ปี เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีความเห็นไม่ตรงกันเช่นนี้ สมควรที่คดีนี้จะขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุด เพื่อได้โปรดพิจารณาพิพากษาชี้ขาดเป็นที่สุด จำเลยก็พร้อมจะยอมรับตามคำพิพากษาของศาลฎีกาทุกประการ เห็นว่า ฎีกาของจำเลยดังกล่าวมิได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา เพื่อให้เห็นว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ คลาดเคลื่อนหรือไม่ถูกต้องอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาของจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2547
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสว่างแดนดิน โจทก์
นายจรัลหรือจรัญหรือฮวย เหมือนคิด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสว่างแดนดิน · จำเลย - นายจรัลหรือจรัญหรือฮวย เหมือนคิด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน - นายชัชวาลย์ ไชยนาแพง · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสิงห์พล ละอองมณี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา