⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8533/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8533/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีที่เกี่ยวกับการขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 207 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นที่สุด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2544 ภายหลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.พ. (ฉบับที่ 19)ฯ มีผลใช้บังคับแล้ว คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยทั้งสองจึงอยู่ภายใต้บังคับของ ป.วิ.พ. มาตรา 207 ที่ให้นำบทบัญญัติมาตรา 199 เบญจ มาใช้บังคับโดยอนุโลม คดีนี้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว จำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิฎีกาต่อไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 12/1 หมู่ที่ 9 ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 60652 และ 60653 แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ ให้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ 2,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ ให้ร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลช้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏข้อเท็จจริงตามสำนวนว่า โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2544 ภายหลังจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2543 มีผลใช้บังคับแล้ว คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยทั้งสองจึงอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 ที่ให้นำบทบัญญัติมาตรา 199 เบญจ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้คำสั่งศาลที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ให้เป็นที่สุด แต่ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด คดีนี้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว จำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิฎีกาต่อไปได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสอง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8533/2547 นางสอิ้ง แสงจันทร์ โจทก์ นายไพโรจน์ บุญพ่วง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสอิ้ง แสงจันทร์ · จำเลย - นายไพโรจน์ บุญพ่วง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · เกษม วีรวงศ์ · สุรพล เอกโยคยะ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 8888/2542ฎีกา 324/2503ฎีกา 1546/2514ฎีกา 5104/2533ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1435/2517ฎีกา 1592/2521ฎีกา 2971/2522ฎีกา 3426/2534ฎีกา 3178/2533ฎีกา 3526/2538ฎีกา 868/2541ฎีกา 961/2532ฎีกา 860/2534ฎีกา 1554/2524ฎีกา 2720/2534ฎีกา 2974/2532ฎีกา 1128/2519ฎีกา 2578/2531ฎีกา 8407/2540ฎีกา 5006/2536ฎีกา 865-875/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ