⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1540/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ร้องไม่วางเงินประกันตามที่ศาลกำหนดภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด หรือที่ศาลขยายให้ คำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดย่อมต้องถูกยกไปตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด อ้างว่าราคาต่ำเกินสมควรตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง (เดิม) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยวางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ซื้อทรัพย์ และจำเลยนำเงินมาวางแล้วบางส่วน ส่วนที่เหลือจำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินต่อไปอีก แต่เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินอีก จำเลยก็ต้องนำเงินส่วนที่เหลือมาวางภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามและศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องเพิกถอนการขายทอดตลาด คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคห้า ที่มาตรา 309 ทวิ วรรคสาม ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินจำนอง พร้อมสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระจนกว่าจะครบ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวทำการขายทอดตลาดได้เงินจำนวน 4,000,000 บาท จำเลยยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปในราคาต่ำกว่าราคาประเมินมากทั้งที่โจทก์และจำเลยคัดค้านว่าไม่ควรขายทำให้จำเลยเสียเปรียบเป็นการขายโดยไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์และผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้าน และผู้ซื้อทรัพย์ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยวางเงินหรือหาประกันต่อศาลเพื่อเป็นหลักประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ซื้อทรัพย์ที่อาจจะได้รับความเสียหายเนื่องจากการยื่นคำร้องดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินจำนวน 200,000 บาท มาวางเป็นประกันต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2545 ต่อมาจำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินดังกล่าวต่อไปอีก 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและให้ขยายระยะเวลาวางเงินภายในวันที่ 3 มีนาคม 2546 เมื่อถึงวันครบกำหนดตามที่ศาลชั้นต้นขยายระยะเวลาวางเงินให้ จำเลยแถลงขอนำเงินมาวางเป็นประกันต่อศาลจำนวน 100,000 บาท และขอขยายระยะเวลาวางเงินที่เหลือต่อไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะขอขยายระยะเวลาวางเงินให้จำเลยอีก จึงมีคำสั่งไม่อนุญาต และมีคำสั่งว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า ให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด และให้คืนเงินจำนวน 100,000 บาท แก่จำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินประกันส่วนที่เหลือ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า กำหนดให้คำสั่งศาลเป็นที่สุดในกรณีที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยจงใจหรือเจตนาประวิงคดี แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ จำเลยมีเจตนาที่จะนำเงินมาวาง เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้วางเงินประกัน 200,000 บาท จำเลยสามารถหาเงินประกันมาวางต่อศาล 100,000 บาท และขอขยายระยะเวลาหาเงินมาวางประกันอีก 100,000 บาท แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต จำเลยมิได้มีความประสงค์ที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลแต่ประการใด จึงมีเหตุสมควรที่จะขยายระยะเวลาวางเงินประกันที่เหลือให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า การที่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าราคาที่ได้มีจำนวนต่ำเกินสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง (เดิม) นั้น ในวรรคสามของมาตราดังกล่าวให้นำวรรคห้าของมาตรา 296 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยวางเงินจำนวน 200,000 บาท ภายในวันที่ 3 มีนาคม 2546 เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ซื้อทรัพย์ แม้จำเลยจะนำเงินมาวางแล้วบางส่วนจำนวน 100,000 บาท และส่วนที่เหลือขอขยายระยะเวลาวางเงินต่อไปอีกก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินอีก จำเลยก็ต้องนำเงินส่วนที่เหลือมาวางภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามและศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดนั้นแล้ว คำสั่งยกคำร้องดังกล่าวของศาลชั้นต้นจึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาต่อไปอีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมาเป็นการไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2548 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางรัชนก ศศิภักดี ผู้ซื้อทรัพย์ นายอนุสรณ์ ศรียานงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) · ผู้ซื้อทรัพย์ - นางรัชนก ศศิภักดี · จำเลย - นายอนุสรณ์ ศรียานงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย วิวิตเสวี · เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · ธานิศ เกศวพิทักษ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 835/2549ฎีกา 5907/2537ฎีกา 950/2540ฎีกา 7521/2537ฎีกา 5004/2540ฎีกา 2566/2535ฎีกา 5739/2534ฎีกา 73/2527ฎีกา 5874/2550ฎีกา 3793/2535ฎีกา 4922/2537ฎีกา 2746/2534ฎีกา 6157/2544ฎีกา 3231/2550ฎีกา 5968/2534ฎีกา 1155/2537ฎีกา 9660/2544ฎีกา 4989/2533ฎีกา 9037/2544ฎีกา 1765/2567ฎีกา 3213/2528ฎีกา 6956/2552ฎีกา 4913/2536ฎีกา 914/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ