⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2238-2240/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2238-2240/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การขอขยายระยะเวลาวางเงินตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 58 จะมีผลนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งอนุญาต ไม่ใช่วันที่ยื่นคำร้อง * สิทธิในการขอคุ้มครองชั่วคราวตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (3) เป็นสิทธิเฉพาะของโจทก์เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 9 สิงหาคม 2545 ขอขยายระยะเวลาที่ศาลแรงงานกลางสั่งให้จำเลยวางเงินตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 58 ออกไป 30 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนด ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งคำร้องดังกล่าววันที่ 13 สิงหาคม 2545 อนุญาตให้จำเลยวางเงินภายในวันที่ 20 สิงหาคม 2545 เนื่องจากศาลแรงงานกลางมิได้มีคำสั่งในวันที่ 9 สิงหาคม 2545 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยยื่นคำร้องแต่ได้มีคำสั่งภายหลังต่อมาอีก 4 วัน จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทราบคำสั่งแล้ว ดังนั้นการที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งในวันที่ 10 กันยายน 2545 ว่าจำเลยมิได้นำเงินมาวางศาลภายในวันที่ศาลแรงงานกลางอนุญาตจึงไม่ชอบ โจทก์เท่านั้นที่จะเป็นผู้มีสิทธิขอคุ้มครองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 (3) ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.58

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยไม่ชำระ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงยึดทรัพย์จำเลยขายทอดตลาด จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 5 สิงหาคม 2545 จำนวนสองฉบับ โดยฉบับแรกอ้างว่าราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยต่ำเกินสมควรเกิดจากการคบคิดกันฉ้อฉลในระหว่างผู้เกี่ยวข้องในการเข้าสู้ราคาและเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าพนักงานบังคับคดี ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง (เดิม) ส่วนคำร้องฉบับที่สอง ขอให้ระงับการบังคับคดีไว้ก่อน ศาลแรงงานกลางสั่งคำร้องฉบับแรกว่า ให้ผู้ร้องวางเงินให้พอต่อการชำระหนี้ของโจทก์ในคดีนี้ภายใน 7 วัน แล้วจึงจะพิจารณาสั่งคำร้องนี้ และสั่งคำร้องฉบับที่สองว่ารอไว้สั่งพร้อมกับคำร้อง (ฉบับแรก) ที่ขอเพิกถอนการขาย จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีก 30 วัน นับจากวันที่ครบกำหนด (12 สิงหาคม 2545) กับขอให้แจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีรอการโอนกรรมสิทธิ์ไว้ชั่วคราว และขอให้นัดพร้อมเพื่อเจรจากับฝ่ายโจทก์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2545 อนุญาตให้จำเลยวางเงินภายในวันที่ 20 สิงหาคม 2545 เป็นครั้งสุดท้าย และแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรอการโอนกรรมสิทธิ์ไว้ชั่วคราวก่อน กับให้นัดพร้อมเพื่อเจรจาตามขอ ต่อมาในวันที่ 10 กันยายน 2545 ซึ่งเป็นวันนัดพร้อม ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยไม่วางเงินภายในเวลาที่ศาลอนุญาตตามคำร้องฉบับลงวันที่ 5 และวันที่ 9 สิงหาคม 2545 จึงถือว่าจำเลยไม่ติดใจ มีคำสั่งยกคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาด และให้ยกคำร้องขอให้ระงับการบังคับคดีด้วย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 9 สิงหาคม 2545 ขอขยายระยะเวลาวางเงินออกไป 30 วันนับแต่วันที่ครบกำหนด ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งคำร้องดังกล่าววันที่ 13 สิงหาคม 2545 อนุญาตให้จำเลยวางเงินภายในวันที่ 20 สิงหาคม 2545 เนื่องจากศาลแรงงานกลางมิได้มีคำสั่งในวันที่ 9 สิงหาคม 2545 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยยื่นคำร้อง แต่ได้มีคำสั่งภายหลังต่อมาอีก 4 วัน จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งแล้ว และศาลแรงงานกลางยังมิได้แจ้งคำสั่งนี้ให้จำเลยทราบเพียงแต่แจ้งคำสั่งนัดพร้อมเพื่อเจรจาตามขอ โดยปรากฏว่ามีการส่งหมายนัดให้ทนายจำเลยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2545 ซึ่งก็เลยระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยวางเงินแล้ว ทั้งในหมายนัดดังกล่าวก็มิได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยวางเงินภายในระยะเวลาดังกล่าว ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งในวันที่ 10 กันยายน 2545 ว่าจำเลยมิได้นำเงินมาวางศาลภายในวันที่ศาลแรงงานกลางอนุญาตจึงไม่ชอบ และเนื่องจากระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยนำเงินมาวางนั้นล่วงเลยไปแล้วจึงสมควรกำหนดให้ใหม่ อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น อนึ่ง ที่จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 21 ตุลาคม 2545 ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (3) นั้น เห็นว่า ผู้ที่จะมีสิทธิขอคุ้มครองตามบทบัญญัติดังกล่าวต้องเป็นโจทก์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องดังกล่าว" พิพากษายกคำสั่งในวันที่ 10 กันยายน 2545 ของศาลแรงงานกลาง และให้จำเลยนำเงินตามคำสั่งศาลแรงงานกลางมาวางภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันฟังคำสั่งนี้ แล้วให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการต่อไป และให้ยกคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 21 ตุลาคม 2545 เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2238 - 2240/2548 นางสาวอุษณีย์ วิสุทธิ์สุรพล กับพวก โจทก์ บริษัทสิทธิรินทร์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวอุษณีย์ วิสุทธิ์สุรพล กับพวก · จำเลย - บริษัทสิทธิรินทร์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · ชวลิต ยอดเณร · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 6968/2537ฎีกา 5983/2539ฎีกา 7032/2539ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 3542/2545ฎีกา 5086/2537ฎีกา 230/2510ฎีกา 8735/2542ฎีกา 780/2535ฎีกา 2422/2545ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 241/2499ฎีกา 8337/2540ฎีกา 3192/2532ฎีกา 2644/2530ฎีกา 952/2539ฎีกา 5015/2541ฎีกา 920/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ