⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2882/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ฟ้องหรือต่อสู้ความอย่างคนอนาถา จะได้รับยกเว้นเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาและเงินวางศาลในการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้น ส่วนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาหรือเงินประกันที่ต้องให้ไว้ต่อศาลนั้น ไม่ถือเป็นค่าธรรมเนียมศาลที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลอนุญาตให้บุคคลใดฟ้องหรือต่อสู้ความอย่างคนอนาถา บุคคลนั้นไม่ต้องเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณารวมถึงเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้น เงินวางศาลในการยื่นอุทธรณ์คือเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งจะต้องนำมาวางพร้อมอุทธรณ์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ส่วนเงินที่จำเลยต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือประกันที่ต้องให้ไว้ต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 มิใช่ค่าธรรมเนียมศาลที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.157 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.155 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.157 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.229 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.234

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 1,016,381.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 มิถุนายน 2544) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์เต็มตามอัตราที่กฎหมายระบุไว้ ให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์เต็มตามที่ระบุไว้ในคำพิพากษา กับให้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาบางส่วนหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลเป็นเงิน 50,000 บาท ภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์คำสั่ง อนุญาตให้ยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลในส่วนที่เหลือ ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาวางต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นจึงส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นจนครบถ้วนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 มิใช่ค่าธรรมเนียมศาลที่จะมาขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นนี้ได้ อีกทั้งจำเลยที่ 2 ได้ชำระค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์แล้วจำนวน 40 บาท จึงไม่มีเหตุที่จะต้องพิจารณาเรื่องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาในชั้นนี้ ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยที่ 2 วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงกับนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาบางส่วนต่อศาลชั้นต้นแล้ว จึงให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นในส่วนที่เหลือจนครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด หากจำเลยที่ 2 ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อดำเนินการต่อไป จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า ที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 โดยอนุญาตให้ยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลบางส่วนนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์นั้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล และแม้ศาลชั้นต้นจะรับฟังว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนยากจนอนาถา แต่เมื่อศาลอนุญาตให้บุคคลใดฟ้องหรือต่อสู้ความอย่างคนอนาถา บุคคลนั้นไม่ต้องเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณารวมถึงเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 157 สำหรับเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์ คือ เงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งจะต้องนำมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 229 ส่วนเงินที่จำเลยที่ 2 ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือประกันที่ต้องให้ไว้ต่อศาลมิใช่ค่าธรรมเนียมศาลดังกล่าว จำเลยที่ 2 จะมาขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาให้ศาลยกเว้นไม่ต้องชำระหาได้ไม่ การที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 โดยอนุญาตให้ยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาเพียงบางส่วนหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลเพียงบางส่วนดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 234 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว พิพากษายืน ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันไว้ต่อศาลชั้นต้นในส่วนที่เหลือจนครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดใหม่ หากจำเลยที่ 2 ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นก็ให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2548 องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร โจทก์ กลุ่มเกษตรกรทำนาตูม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร · จำเลย - กลุ่มเกษตรกรทำนาตูม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ บุญชัด · มงคล ทับเที่ยง · รัตน กองแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกันทรลักษณ์ - นายไกษร ไชยวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายอาวุธ ปั้นปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4024/2536ฎีกา 4820/2548ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1843/2551ฎีกา 5236/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 5690/2552ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 3830/2524ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1156/2545ฎีกา 1186/2479ฎีกา 8086/2543ฎีกา 2981/2545ฎีกา 131/2489ฎีกา 1049/2526ฎีกา 215/2544ฎีกา 4007/2552ฎีกา 6163/2537ฎีกา 3763/2542ฎีกา 2493/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา