⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3718/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3718/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จะแยกกันอยู่ แต่หากยังมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมาย ย่อมมีสิทธิโดยธรรมในการสืบมรดกของผู้ตาย 2. ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของผู้ตาย สามารถร้องขอต่อศาลให้ตั้งเป็นผู้จัดการมรดกได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทโดยตรงของผู้ตาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย แม้จะแยกกันอยู่ แต่เมื่อยังมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมาย ก็ไม่สิ้นสิทธิโดยธรรมในการสืบมรดกของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1628 ผู้ร้องจึงเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 ไม่จำต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทโดยตรงของผู้ตาย เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายเป็นเวลานานถึง 10 ปีเศษ จนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตาย มีทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของผู้ตาย ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดกได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1628 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเชาวศักดิ์ โชติชมภูพงษ์ ซึ่งถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายเชาวศักดิ์ผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากับนายเชาว์ศักดิ์ผู้ตายมีทรัพย์สินที่ร่วมกันทำมาหาได้และหนี้สินหลายรายการที่เกี่ยวพันกับทรัพย์มรดกผู้ตายซึ่งต้องร่วมรับผิดชอบและจัดการ ผู้ร้องมิได้อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายกว่า 10 ปีแล้วย่อมไม่ทราบถึงทรัพย์มรดกของผู้ตายว่ามีอยู่อย่างไรอาจเกิดความเสียหายได้ ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้มีส่วนได้เสียและไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเชาวศักดิ์ผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นพี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตายและมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายเนื่องจากผู้ตายถือทรัพย์มรดกของบิดามารดาที่ยังไม่ได้แบ่งแทนทายาททั้งหมดไว้ด้วย และมีหนี้สินเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกที่ต้องจัดการ ผู้ร้องแยกกันอยู่กับผู้ตายมานานแล้ว ย่อมไม่รู้จักกับเจ้าหนี้และลูกหนี้ของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 2 ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องหรือผู้คัดค้านอื่นด้วย ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 3 เป็นน้องสาวร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย และเป็นผู้รับพินัยกรรมของผู้ตาย ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ระหว่างพิจารณา ผู้คัดค้านที่ 3 ขอถอนคำร้องคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเชาวศักดิ์ โชติชมภูพงษ์ ผู้ตายร่วมกัน โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ ผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย มีบุตรด้วยกัน 3 คน และผู้ตายมีบุตรกับนางสำเภา เจริญก้อย อีก 4 คน ผู้ร้องแยกกันอยู่กับผู้ตายเกินกว่า 10 ปีแล้ว โดยผู้ร้องไปอยู่กับบุตรที่กรุงเทพมหานคร ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2543 โดยมิได้ทำพินัยกรรมและมิได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ บิดามารดาผู้ตายถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว ก่อนผู้ตายถึงแก่ความตายได้อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้คัดค้านที่ 1 มาเป็นเวลา 10 ปีเศษ จนถึงแก่ความตาย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ว่า ผู้ร้องหรือผู้คัดค้านที่ 1 สมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ตายกึ่งหนึ่งในระหว่างที่ผู้คัดค้านที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้เดียวที่ครอบครองที่ทรัพย์สินทั้งหมดและทราบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินร่วมกันดังกล่าวของผู้ตายดี ส่วนผู้ร้องไม่รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ตาย ขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียว หรือเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้คัดค้านที่ 2 นั้น เห็นว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายแม้จะแยกกันอยู่ แต่เมื่อยังมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมาย จึงไม่สิ้นสิทธิโดยธรรมในการสืบมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1628 ผู้ร้องจึงเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย จึงเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้คัดค้านที่ 1 มิใช่ทายาทผู้มีส่วนได้รับทรัพย์มรดกของผู้ตาย หากผู้คัดค้านที่ 1 มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินของผู้ตายอย่างไร ก็ชอบที่จะใช้สิทธิเรียกร้องเอาเป็นคดีต่างหากได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 บัญญัติว่า "ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียจะร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้" ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก ตามมาตรา 1713 ดังกล่าวหาจำต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทโดยตรงของผู้ตายไม่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้คัดค้านที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายเป็นเวลานานถึง 10 ปีเศษ จนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อปี 2543 ระหว่างมีชีวิตผู้ตายได้ค้ำประกันหนี้ของผู้คัดค้านที่ 1 ด้วย กรณีเชื่อได้ว่าผู้ตายและผู้คัดค้านที่ 1 มีทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของผู้ตายและเป็นผู้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ตายดี ดังนั้นเพื่อเป็นประโยชน์แห่งการจัดทรัพย์สินของผู้ตายและเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกผู้คัดค้านที่ 1 จึงเหมาะสมที่จะร่วมเป็นผู้จัดการมรดกด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการร่วมกันนั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 ร่วมเป็นผู้จัดการมรดกกับผู้คัดค้านที่ 1 นั้น เป็นข้อที่ผู้คัดค้านที่ 1 เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกา ไม่เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3718/2548 นางเซี่ยมเง็ก โชติชมภูพงษ์ ผู้ร้อง นางสวลี นาคเกษม กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางเซี่ยมเง็ก โชติชมภูพงษ์ · ผู้คัดค้าน - นางสวลี นาคเกษม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุติมา จงสงวน · หัสดี ไกรทองสุก · กนก อินทรัมพรรย์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 3188/2533ฎีกา 5080/2542ฎีกา 472/2532ฎีกา 4639/2540ฎีกา 6360/2539ฎีกา 9165/2544ฎีกา 453/2521ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 3643/2542ฎีกา 174/2524ฎีกา 6291/2554ฎีกา 2241/2566ฎีกา 1248/2530ฎีกา 9317/2556ฎีกา 1086/2520ฎีกา 8222/2540ฎีกา 1642-1643/2530ฎีกา 5022/2533ฎีกา 596/2546ฎีกา 1279/2502ฎีกา 419/2541ฎีกา 6192/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา