⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6158/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6158/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิมพ์ผิดพลาดเล็กน้อยในคำฟ้องที่เกิดจากความคลาดเคลื่อนจากเจตนา สามารถขอแก้ไขได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ศ. ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2546 แทนที่จะเป็นวันที่ 27 กันยายน 2546 โดยโจทก์ได้แนบเอกสารเกี่ยวกับการตายของ ศ. ที่ระบุว่า ศ. ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2546 มาท้ายคำฟ้องด้วย เห็นได้ว่า การพิมพ์ฟ้องของโจทก์ผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากเจตนา ถือได้ว่าเป็นการพิมพ์ผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลงเล็กน้อย โจทก์ย่อมยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องว่า ศ. ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2546 ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 180 ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 14

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย กับขอให้มีคำพิพากษาให้จัดการทรัพย์มรดกของนายศุภเดชลูกหนี้ที่ตายตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 84 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ยื่นคำให้การ และจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลย โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องว่านายศุภเดชถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2546 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า "จำเลยที่ 3 ยื่นคำให้การแล้วไม่อนุญาตให้แก้ฟ้อง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ" และศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามคำฟ้องระบุว่านายศุภเดชถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2546 โจทก์ยื่นฟ้องวันที่ 27 กันยายน 2547 เกินกำหนด 1 ปี นับแต่นายศุภเดชถึงแก่ความตาย จึงให้เพิกถอนคำสั่งเดิมเป็นไม่รับฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วศาลล้มละลายกลางสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวและมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 และให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องและเพิกถอนคำสั่งเดิมเป็นไม่รับฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ชอบหรือไม่ การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่านายศุภเดชถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2546 แทนที่จะเป็นวันที่ 27 กันยายน 2546 โดยโจทก์ได้แนบเอกสารเกี่ยวกับการตายของนายศุภเดชที่ระบุว่าถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2546 มาด้วยนั้น เห็นได้ว่าการพิมพ์ฟ้องของโจทก์ผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากเจตนา ถือได้ว่าเป็นการพิมพ์ผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลงเล็กน้อยซึ่งโจทก์ย่อมยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 180 ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 14 ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องและเพิกถอนคำสั่งเดิมเป็นไม่รับฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ชอบ พิพากษายกคำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องกับคำสั่งไม่รับฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้รับฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไว้พิจารณาและอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ตามขอ ให้ศาลล้มละลายกลางดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วมีคำพิพากษาต่อไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6158/2548 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทศุภเดช เทรดดิ้ง จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทศุภเดช เทรดดิ้ง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพัฒน์ บุญยุบล · สมชาย พงษธา · บรรหาร มูลทวี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลล้มละลายกลาง - นายเหล็ก ไทรวิจิตร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6304/2540ฎีกา 839/2545ฎีกา 685/2550ฎีกา 2905/2552ฎีกา 2046/2531ฎีกา 551/2550ฎีกา 1016/2485ฎีกา 5111/2543ฎีกา 534/2496ฎีกา 2444/2542ฎีกา 4795/2528ฎีกา 1646/2548ฎีกา 4176/2528ฎีกา 1803/2533ฎีกา 2329/2553ฎีกา 1609/2506ฎีกา 103/2485ฎีกา 241/2547ฎีกา 2147/2525ฎีกา 1250/2511ฎีกา 6373/2537ฎีกา 89/2502ฎีกา 493/2526ฎีกา 6695/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา