⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6864/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6864/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้เอกสารราชการปลอมเพื่ออำนวยความสะดวกในการกระทำความผิดฐานรับของโจร ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวกับความผิดฐานรับของโจร

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์กับใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ปลอมเป็นเอกสารประกอบในการขายรถยนต์ของกลางให้แก่จำเลยที่ 1 โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานรับของโจร และการที่จำเลยที่ 2 ใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์กับใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ปลอมก็โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบในการขายรถยนต์ของกลางให้แก่จำเลยที่ 1 ด้วยเจตนาอันเดียวกัน เพื่อให้การกระทำความผิดฐานรับของโจรสำเร็จผลตามความมุ่งหมายเท่านั้น ดังนั้น การใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ และใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์อันเป็นเอกสารราชการปลอมของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวกับความผิดฐานรับของโจร ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา 264, 265, 268, 335, 357, 83, 91, 33, 32 ริบของกลาง และให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน เป็นเงิน 21,600 บาท แก่นางสาวรุจิราภรณ์ผู้เสียหาย และขอให้นับโทษของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 8892/2543 ของศาลอาญาธนบุรี จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 357 (ที่ถูกมาตรา 357 วรรคแรก) ลงโทษฐานรับของโจร จำคุก 4 ปี และมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ฐานใช้เอกสารราชการปลอม จำคุก 3 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน และ 2 ปี รวมลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง ริบแผ่นป้ายทะเบียนและใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ของกลาง คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาตามอุทธรณ์และฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 กระทำผิดฐานรับของโจรและใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์กับใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์อันเป็นเอกสารราชการปลอมจริงตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังว่าได้จำเลยที่ 2 ได้ใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ ซึ่งเป็นเอกสารราชการปลอมเป็นเอกสารประกอบในการขายรถยนต์ของกลางของผู้เสียหายให้แก่จำเลยที่ 1 ตามสัญญาซื้อขาย โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานรับของโจรและใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์กับใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ซึ่งเป็นเอกสารราชการปลอมจริงตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งวินิจฉัยว่าความผิดฐานรับของโจรและใช้เอกสารราชการปลอมเป็นความผิดต่างกรรมกันและเรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 2 มานั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 ใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์กับใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ปลอมก็โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบในการขายรถยนต์ของกลางให้แก่จำเลยที่ 1 ด้วยเจตนาอันเดียวกันเพื่อให้การกระทำความผิดฐานรับของโจรสำเร็จตามความมุ่งหมายเท่านั้น ดังนั้น การใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์อันเป็นเอกสารราชการปลอมของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวกับความผิดฐานรับของโจร หาใช่เป็นความผิดคนละกรรมกันดังที่ศาลล่างทั้งสองเรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 2 มาไม่ และปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ฎีกาโต้เถียงมา ศาลฎีกาก็เห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก และมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 3 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6864/2548 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายธวัชชัย ดวงแก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายธวัชชัย ดวงแก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธานิศ เกศวพิทักษ์ · วิชัย วิวิตเสวี · เกรียงชัย จึงจตุรพิธ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นางอารยา วิชิตชลชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา