⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 970/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดนำเงินหรือหลักประกันมาวางศาลได้ หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องไม่มีมูลและยื่นเพื่อประวิงเวลา โดยคำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุดเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตาม.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ศาลมีอำนาจสั่งให้จำเลยนำเงินหรือหลักประกันมาวางศาลเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนได้ หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องดังกล่าวไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้าตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคห้า ซึ่งกฎหมายมิได้บัญญัติว่าหลักฐานเบื้องต้นนั้นจะต้องเป็นหลักฐานที่ได้มาจากการไต่สวนคำร้องที่ยื่น ดังนั้น คำร้องของจำเลยประกอบรายงานข้อเท็จจริงในการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี จึงเป็นหลักฐานเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องไต่ส่วนคำร้องของจำเลยเสียก่อน และเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้น ซึ่งเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวแล้ว หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นชอบที่ยกคำร้องของจำเลยได้ และคำสั่งดังกล่าวย่อมเป็นที่สุด (คำสั่งคำร้องศาลฎีกา)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 25,325,479.45 บาท พร้อมดอกเบี้ย นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระให้ยึดที่ดินจำนอง 16 โฉนด พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนวน 16 โฉนด ตามคำพิพากษาออกขายทอดตลาด โดยโจทก์เป็นผู้ซื้อได้ในราคา 19,500,000 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดอ้างว่าราคาที่ขายต่ำเกินสมควร และผู้ลงชื่อเข้าประมูลซึ่งอ้างว่าเป็นผู้แทนโจทก์ไม่ยื่นหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่า การยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 อาจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 นำเงินจำนวน 500,000 บาท หรือหาประกันอื่นมาวางต่อศาลภายใน 30 วัน เพื่อเป็นประกันการชำระค้าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงให้ยกคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นเป็นที่สุด พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งรับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และสั่งใหม่เป็นว่าไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นยังไม่ได้ไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และไม่ปรากฏพยานหลักฐานเบื้องต้นว่า คำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่มีข้อมูลหรือยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า คำสั่งยกคำร้องของศาลชั้นต้นจึงยังไม่ถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า มิได้บัญญัติว่า หลักฐานเบื้องต้นที่แสดงว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้านั้น จะต้องเป็นหลักฐานที่ได้มาจากการไต่สวนคำร้องที่ยื่น ดังนั้น คำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ประกอบรายงานข้อเท็จจริงในการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ศาลชั้นต้นพิเคราะห์จึงเป็นหลักฐานเบื้องต้นได้โดยไม่จำต้องไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เสียก่อน และเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นเมื่อหลักฐานดังกล่าวแสดงว่าคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจสั่งให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 วางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควรกำหนด เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นก็ชอบที่ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้นเสีย และคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ออกตามบทมาตราดังกล่าวย่อมเป็นที่สุด ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2548 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) บริษัทราชาเรสซิเด้นซ์กรุ๊ป จำกัด กับพวก

รายละเอียดคดี

องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · พรเพชร วิชิตชลชัย
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2962/2529ฎีกา 835/2549ฎีกา 5907/2537ฎีกา 950/2540ฎีกา 7521/2537ฎีกา 5004/2540ฎีกา 2566/2535ฎีกา 5739/2534ฎีกา 73/2527ฎีกา 5874/2550ฎีกา 3793/2535ฎีกา 4922/2537ฎีกา 2746/2534ฎีกา 6157/2544ฎีกา 3231/2550ฎีกา 5968/2534ฎีกา 1155/2537ฎีกา 9660/2544ฎีกา 4989/2533ฎีกา 9037/2544ฎีกา 1765/2567ฎีกา 3213/2528ฎีกา 6956/2552ฎีกา 4913/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ