⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2433/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจวินิจฉัยลดเบี้ยปรับให้มากกว่าที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดให้ โดยอาศัยข้อเท็จจริงที่คู่ความยอมรับกันและพยานเอกสารที่นำส่งศาล.

ย่อคำพิพากษา

ในวันชี้สองสถานคู่ความยอมรับข้อเท็จจริงกัน ศาลภาษีอากรกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงจากคำแถลงรับของคู่ความและเอกสารที่คู่ความนำส่งศาลเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ศาลภาษีอากรกลางย่อมมีอำนาจนำข้อเท็จจริงที่คู่ความยอมรับกันดังกล่าวและข้อเท็จจริงจากพยานเอกสารที่จำเลยนำส่งต่อศาลมาวินิจฉัยว่าพฤติการณ์ของโจทก์มีเหตุอันควรงดหรือลดเบี้ยปรับให้มากกว่าที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดให้หรือไม่ ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17 และ 20 ประกอบข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ. 2544 ข้อ 16 และ 21

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 ม.16 ข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 ม.21 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.17 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ขอให้งดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน ตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ เลขที่ 12920060/6/100006 ลงวันที่ 10 เมษายน 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ.12 ตง./148/2546 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 เฉพาะกรณีเบี้ยปรับให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ 30 ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย ส่วนคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า เมื่อศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยและพิพากษาว่าการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ก็ไม่มีเหตุหรือข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางจะวินิจฉัยลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นได้ การที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์คงเหลือเรียกเก็บเพียงร้อยละ 30 ของเบี้ยปรับตามกฎหมายนั้น จึงเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้องตามวิธีพิจารณาและตามข้อเท็จจริง เห็นว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยก็สืบเนื่องมาจากการที่คู่ความยอมรับข้อเท็จจริงกันในวันชี้สองสถาน ซึ่งศาลภาษีอากรกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงจากคำแถลงรับของคู่ความและเอกสารที่คู่ความนำส่งศาลเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้ว ศาลภาษีอากรกลางจึงมีอำนาจนำข้อเท็จจริงที่คู่ความยอมรับกันในวันชี้สองสถานดังกล่าวและข้อเท็จจริงจากพยานเอกสารที่จำเลยยื่นต่อศาลมาวินิจฉัยว่าพฤติการณ์ของโจทก์มีเหตุอันควรงดหรือลดเบี้ยปรับให้มากกว่าที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดให้หรือไม่ตามบทบัญญัติแห่ง พ .ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17 และมาตรา 20 ประกอบด้วยข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ. 2544 ข้อ 16 และ 21 เป็นการชอบด้วยวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2549 นายเสรี สุระบาล โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสรี สุระบาล · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · ทองหล่อ โฉมงาม · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นางสุพัตรา อนันตพงศ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2779/2544ฎีกา 5528/2534ฎีกา 4766/2536ฎีกา 3221/2534ฎีกา 3450/2548ฎีกา 3990/2541ฎีกา 2884/2541ฎีกา 959/2544ฎีกา 2678/2534ฎีกา 4717/2536ฎีกา 8119/2540ฎีกา 3418/2553ฎีกา 3108/2553ฎีกา 7238/2545ฎีกา 5875/2543ฎีกา 960/2544ฎีกา 2518/2540ฎีกา 3873/2560ฎีกา 3193/2543ฎีกา 2082/2543ฎีกา 5961/2549ฎีกา 1808/2542ฎีกา 9909/2539ฎีกา 2959/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา