⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 442/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่าโจทก์ไม่ทราบว่ามีพยานหลักฐานอยู่ก่อนวันชี้สองสถาน และพยานหลักฐานนั้นเป็นพยานหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี ศาลควรอนุญาตให้โจทก์อ้างพยานหลักฐานดังกล่าวเพิ่มเติมได้ เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม

ย่อคำพิพากษา

เมื่อมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์ขออนุญาตอ้างเพิ่มเติมภายหลังวันชี้สองสถาน โจทก์ไม่ทราบว่าได้มีอยู่ก่อนวันชี้สองสถาน และปรากฏว่าพยานหลักฐานนั้นเป็นพยานหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี จำเป็นจะต้องสืบเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ศาลก็ควรอนุญาตให้โจทก์อ้างพยานหลักฐานดังกล่าวเพิ่มเติมได้.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 ม.30 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.20 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ยื่นคำขอและเสียภาษีตามมาตรา 30 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 โจทก์จึงได้รับความคุ้มครองที่จะไม่ต้องถูกประเมินหรือสั่งให้เสียภาษีสำหรับรายรับหรือเงินได้ที่มีอยู่ก่อนหรือในวันที่ 31ธันวาคม 2527 การประเมินของเจ้าพนักงานจำเลยที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้าสำหรับปีพ.ศ.2522 ถึง 2525 จึงไม่ชอบ ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ก็ได้รับความคุ้มครองตามพระราชกำหนดดังกล่าว จำเลยไม่มีสิทธิประเมินและสั่งให้โจทก์เสียภาษีการค้า ให้จำเลยถอนการอายัดทรัพย์สินของโจทก์ จำเลยให้การว่าเจ้าพนักงานของจำเลยได้ประเมินภาษีการค้าของโจทก์ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2529 โจทก์จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชกำหนดดังกล่าวจำเลยมีอำนาจยึดและอายัดทรัพย์สินตามฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนนำคดีมาสู่ศาล ขอให้ยกฟ้อง หลังจากวันชี้สองสถาน โจทก์ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 10 ตุลาคม2529 ขออ้างบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมรวม 2 อันดับ โดยอ้างว่าพยานอันดับแรกซึ่งเป็นพยานบุคคลโจทก์เพิ่งทราบว่าเป็นผู้รู้เห็นในการที่เจ้าพนักงานประเมินไปปิดแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้า ณโรงงานผลิตและจำหน่ายน้ำแข็งของโจทก์ ส่วนพยานอันดับสองเป็นหนังสือแจ้งให้นำเงินภาษีอากรไปชำระลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์2529 ซึ่งคนงานของโจทก์เก็บได้ในบริเวณที่ปิดแบบแจ้งการประเมิน และคนงานเพิ่งนำมามอบให้แก่โจทก์ ศาลภาษีอากรกลางว่าโจทก์ยื่นเมื่อพ้นระยะเวลาตามกฎหมายทั้งตามคำร้องไม่มีเหตุอันสมควร จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุบัญชีพยานเพิ่มเติมยกคำร้องของโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำแถลงคัดค้านคำสั่งศาลดังกล่าวแล้ว ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลภาษีอากรกลางที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุบัญชีพยานเพิ่มเติมตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2529 เสียก่อน พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากรที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 และมาตรา30 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ.2528 ข้อ 8 วรรคสี่ได้กำหนดไว้ว่าเมื่อระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณีได้สิ้นสุดลงแล้ว ถ้าคู่ความซึ่งได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้แล้วมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่า ตนไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนหรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใดคู่ความดังกล่าวนั้นอาจยื่นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษาคดีขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้นและถ้าศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้นก็ให้ศาลอนุญาตตามคำร้อง ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตระบุพยานเพิ่มเติมภายหลังวันชี้สองสถาน พร้อมทั้งแนบบัญชีพยานมาท้ายคำร้องด้วย ซึ่งพยานอันดับแรกเป็นพยานบุคคลชื่อนายดาบตำรวจสมเดช (ไม่ทราบนามสกุล) พยานอันดับสองเป็นหนังสือที่ว่าการอำเภอเมืองจันทบุรีแจ้งให้นำเงินภาษีอากรไปชำระลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2529 โดยโจทก์อ้างเหตุที่โจทก์ไม่สามารถอ้างบัญชีระบุพยานดังกล่าวก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันได้ว่า โจทก์เพิ่งทราบว่าพยานอันดับแรกเป็นผู้รู้เห็นในการที่เจ้าพนักงานของจำเลยไปปิดแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าที่โรงงานผลิตและจำหน่ายน้ำแข็งของโจทก์ ส่วนพยานอันดับสองคนงานของโจทก์เป็นผู้เก็บได้ในบริเวณที่เจ้าพนักงานของจำเลยปิดแบบแจ้งการประเมิน และเพิ่งส่งเอกสารดังกล่าวให้โจทก์แสดงให้เห็นว่าพยานที่โจทก์ระบุเพิ่มเติมทั้งสองอันดับดังกล่าว โจทก์ไม่ทราบว่าได้มีอยู่ก่อนวันชี้สองสถานการอ้างพยานเพิ่มเติมทั้งสองอันดับของโจทก์จึงมีเหตุอันสมควร ทั้งประเด็นแห่งคดีมีว่าเจ้าพนักงานของจำเลยได้ประเมินภาษีการค้าในปีพ.ศ.2522ถึง 2525 และนำแบบแจ้งการประเมินไปปิดที่โรงงานผลิตและจำหน่ายน้ำแข็งของโจทก์ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2529 ตามที่โจทก์ฟ้องหรือปิดในวันที่ 23 มกราคม 2529 ดังที่จำเลยให้การ พยานทั้งสองอันดับที่โจทก์อ้างเพิ่มเติมจึงเป็นพยานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวที่จะแสดงให้เห็นว่าเจ้าพนักงานของจำเลยได้ทำการประเมินภาษีการค้าของโจทก์ในปีพ.ศ.2522 ถึง 2525 ก่อนหรือหลังวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2529 ซึ่งเป็นวันที่พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 ใช้บังคับ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องสืบพยานที่โจทก์อ้างเพิ่มเติมทั้งสองอันดับเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ศาลควรอนุญาตให้โจทก์อ้างบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมตามคำร้องลงวันที่ 10 ตุลาคม 2529 ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์อ้างบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น อุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางอนุญาตให้โจทก์อ้างบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ตามคำร้อง และให้ศาลภาษีอากรกลางดำเนินการพิจารณาสืบพยานที่อ้างเพิ่มเติมแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลภาษีอากรกลางรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่'. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2530 ห้างหุ้นส่วนจำกัดเฉลิมพันธ์ไอส์เม็กกิ้งแอนด์ เอนเตอร์ไพร์ส โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเฉลิมพันธ์ไอส์เม็กกิ้งแอนด์ เอนเตอร์ไพร์ส · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1425/2530ฎีกา 4766/2536ฎีกา 3221/2534ฎีกา 2678/2534ฎีกา 3108/2553ฎีกา 960/2544ฎีกา 8830/2550ฎีกา 55/2530ฎีกา 263/2534ฎีกา 1387/2530ฎีกา 793/2555ฎีกา 6395/2546ฎีกา 3225/2548ฎีกา 2433/2549ฎีกา 751/2535ฎีกา 311/2531ฎีกา 1914/2531ฎีกา 1041/2531ฎีกา 583/2532ฎีกา 6105/2534ฎีกา 338/2534ฎีกา 4906/2533ฎีกา 2510/2532ฎีกา 1628/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ