⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8830/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8830/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เอกสารที่ไม่ได้นำไปพิสูจน์ในชั้นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ สามารถนำมาพิสูจน์ในชั้นศาลได้ หากเป็นประเด็นเดียวกับที่อุทธรณ์ไว้ และไม่ขัดต่อข้อกำหนดคดีภาษีอากร

ย่อคำพิพากษา

แม้ในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โจทก์จะมิได้นำเอกสารไปพิสูจน์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้นำเอกสารนั้นมาพิสูจน์ในชั้นศาลในประเด็นเดียวกับที่โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้แล้ว ทั้งข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 20 ข้อ 15 และข้อ 16 ก็กำหนดให้คู่ความอ้างและส่งเอกสารเป็นพยานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของตนได้ โดยมิได้บังคับว่าเอกสารนั้นต้องเป็นเอกสารที่ส่งในชั้นพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ฉะนั้น แม้เอกสารที่โจทก์นำมาพิสูจน์ในชั้นศาลจะมิใช่เอกสารที่ได้นำไปพิสูจน์ในชั้นพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เอกสารนั้นก็รับฟังในชั้นศาลได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงผลขาดทุนสุทธิ ที่ กค.0822/ (สส.5)/12138 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2542 หนังสือแจ้งภาษีการค้า เลขที่ 4120061/4/000007 และเลขที่ 4120061/4/000008 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2542 หนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ 4120061/2/100049 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2542 และหนังสือแจ้งให้เสียค่าอากรและค่าเพิ่มอากร ที่ 4120061/7/000002 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2542 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เลขที่ สภ.1 (อธ.3)/148/2545 ถึงเลขที่ สภ.1 (อธ.3)/152/2545 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2545 และลดหรืองดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงผลขาดทุนสุทธิ ที่ กค.0822/(สส.5)/12138 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2542 หนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ 4120061/2/100049 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2542 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เลขที่ สภ.1 (อธ.3)/148/2545 และเลขที่ สภ.1 (อธ.3)/149/2545 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2545 ให้เจ้าพนักงานประเมินคำนวณผลขาดทุนสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2533 ใหม่ โดยอนุญาตให้โจทก์หักค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินจำพวกเครื่องตกแต่ง เครื่องใช้สำนักงานและอุปกรณ์จำนวน 23,293.94 บาท กำหนดดอกเบี้ยจ่ายต้องห้ามสำหรับอาคารที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเงิน 37,593.74 บาท ให้นำดอกเบี้ยจ่ายต้องห้าม 37,593.74 บาท ไปรวมเป็นต้นทุนของอาคารที่จังหวัดเชียงใหม่ และดอกเบี้ยจ่ายต้องห้าม 880,657.25 บาท ไปรวมเป็นต้นทุนของอาคารที่จังหวัดระยองเพื่อคำนวณหักค่าเสื่อมราคา และกำหนดรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) เพียง 48,983.25 บาท แล้วดำเนินการแจ้งการเปลี่ยนแปลงผลขาดทุนสุทธิตามผลของการคำนวณ และให้เจ้าพนักงานประเมินคำนวณกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2534 ใหม่ โดยอนุญาตให้โจทก์หักค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินรายการต่าง ๆ ตามเอกสารแนบ 2 แผ่นที่ 1 ถึง 4 ท้ายบันทึกคำเบิกความล่วงหน้าปากนางสาวพรศรีทุกรายการ ยกเว้นค่าเสื่อมราคาในส่วนของค่าขนส่ง (มูลค่า 350 บาท) ค่าขนส่ง (มูลค่า 630 บาท) และค่าหลอดไฟ (มูลค่า 408 บาท) ให้นำดอกเบี้ยจ่ายต้องห้ามจำนวน 334,829.31 บาท ไปรวมเป็นต้นทุนของอาคารที่จังหวัดเชียงใหม่ และดอกเบี้ยจ่ายต้องห้ามจำนวน 1,100,701.83 บาท ไปรวมเป็นต้นทุนของอาคารที่จังหวัดระยอง เพื่อคำนวณหักค่าเสื่อมราคาและกำหนดรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) เพียง 118,112.50 บาท แล้วแก้ไขการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2534 ตามผลของการคำนวณ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงผลขาดทุนสุทธิ หนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและคำวินิจฉัยอุทธรณ์นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า เอกสารที่ศาลภาษีอากรกลางใช้ในการวินิจฉัยให้แก้ไขการประเมินล้วนเป็นเอกสารที่จำเลยอ้างส่งศาล ฉะนั้น ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าในชั้นพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โจทก์มิได้นำเอกสารที่ศาลภาษีอากรกลางใช้ในการวินิจฉัยไปพิสูจน์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงฟังไม่ขึ้น ประการสำคัญ แม้ในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โจทก์จะมิได้นำเอกสารไปพิสูจน์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้นำเอกสารนั้นมาพิสูจน์ในชั้นศาลในประเด็นเดียวกับที่โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้แล้ว ทั้งข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 20 ข้อ 15 และข้อ 16 ก็กำหนดให้คู่ความอ้างและส่งเอกสารเป็นพยานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของตนได้ โดยมิได้บังคับว่าเอกสารนั้นต้องเป็นเอกสารที่ส่งในชั้นพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ฉะนั้น แม้เอกสารที่โจทก์นำมาพิสูจน์ในชั้นศาลจะมิใช่เอกสารที่ได้นำไปพิสูจน์ในชั้นพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เอกสารนั้นก็รับฟังในชั้นศาลได้ ส่วนจะมีน้ำหนักเพียงใดเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8830/2550 บริษัทไพน์รีสอร์ท จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไพน์รีสอร์ท จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม · ทองหล่อ โฉมงาม · กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายสรายุทธ์ วุฒยาภรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำภษ.51/2547

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4766/2536ฎีกา 3221/2534ฎีกา 2678/2534ฎีกา 3108/2553ฎีกา 960/2544ฎีกา 442/2530ฎีกา 793/2555ฎีกา 6395/2546ฎีกา 3225/2548ฎีกา 2433/2549ฎีกา 583/2532ฎีกา 338/2534ฎีกา 1628/2552ฎีกา 3480/2550ฎีกา 6049/2534ฎีกา 954/2543ฎีกา 934/2531ฎีกา 10252/2546ฎีกา 3941/2534ฎีกา 3132/2530ฎีกา 517/2535ฎีกา 3304/2543ฎีกา 3899/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา