คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 934/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเลื่อนคดีครั้งแรกโดยมีใบรับรองแพทย์แสดงว่าทนายจำเลยป่วย ควรอนุญาตให้เลื่อนคดีได้ เว้นแต่จะมีเหตุอันควรสงสัยในความเจ็บป่วยนั้น
ย่อคำพิพากษา
คำร้องขอเลื่อนคดีของจำเลยมีใบรับรองแพทย์แสดงว่าทนายจำเลยป่วย ทนายโจทก์ไม่ได้คัดค้านว่าทนายจำเลยไม่ได้ป่วยจริง แต่กลับแถลงว่าทนายจำเลยขอเลื่อนเพื่อหาโอกาสระบุพยานจำเลยเพราะจำเลยไม่ได้ระบุบัญชีพยานไว้ เช่นนี้หาเป็นเหตุที่จะมาเป็นข้อพิจารณาว่าควรอนุญาตให้เลื่อนคดีหรือไม่ เนื่องจากการยื่นบัญชีระบุพยานต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528มาตรา 20 เมื่อทนายจำเลยขอเลื่อนคดีครั้งแรก จึงควรอนุญาตให้เลื่อนคดีได้ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกคำพิพากษาของศาลที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท อย่างคดีมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่ม รวม 76,547.98 บาท
จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ได้ชำระภาษีให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดในหนี้ภาษีอากรตามฟ้องขอให้ยกฟ้อง
วันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยทั้งสองมอบให้เสมียนทนายนำคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายจำเลยป่วย ทนายโจทก์รับสำเนาแล้วแถลงคัดค้านว่า จำเลยทั้งสองมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ น่าเชื่อว่าเป็นการขอเลื่อนเพื่อยื่นบัญชีระบุพยาน จึงคัดค้าน ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการสืบพยานโจทก์ และสืบพยานโจทก์ต่อไป
ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 76,547.98 บาท แก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ศาลภาษีอากรกลางนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยทั้งสองทราบวันนัดโดยชอบแล้ว ถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยทั้งสองมอบให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าป่วยเป็นไข้หวัด ทนายโจทก์แถลงคัดค้านไม่ให้เลื่อนคดีโดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ศาลภาษีอากรกลางจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ปัญหามีว่าคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า คำร้องขอเลื่อนคดีของทนายจำเลยทั้งสองมีใบรับรองแพทย์แสดงว่าทนายจำเลยทั้งสองป่วย มีไข้สูง ไอ และอ่อนเพลีย สมควรให้พักรักษาตัวเป็นเวลา 3 วัน ทนายโจทก์ไม่ได้คัดค้านว่าทนายจำเลยทั้งสองไม่ได้ป่วยจริง แต่กลับแถลงว่าทนายจำเลยขอเลื่อนคดีเพื่อหาโอกาสระบุบัญชีพยานจำเลยเพราะจำเลยทั้งสองไม่ได้ระบุบัญชีพยานไว้ ศาลภาษีอากรกลางจึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีการที่จำเลยทั้งสองยังมิได้ระบุบัญชีพยานไว้ หาเป็นเหตุที่จะมาเป็นข้อพิจารณาว่าควรอนุญาตให้เลื่อนคดีหรือไม่ เนื่องจากการยื่นบัญชีระบุพยานจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 20 ไม่เกี่ยวกับการที่ศาลจะสั่งเลื่อนคดีเพราะความเจ็บป่วย ทั้งทนายจำเลยทั้งสองก็ขอเลื่อนคดีครั้งแรก คำสั่งศาลภาษีอากรกลางที่ยกคำร้องของจำเลยโดยไม่พิจารณาว่าทนายจำเลยป่วยจริงหรือไม่ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์จำเลยทั้งสองฟังขึ้น
อนึ่ง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ยกคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลื่อนคดี จึงควรเสียค่าขึ้นศาลชั้นนี้200 บาท อย่างคดีมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้
พิพากษายกคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง อนุญาตให้ทนายจำเลยเลื่อนคดีได้ให้ศาลภาษีอากรกลางดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นนี้ส่วนที่เรียกเกินมาแก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่"
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 934/2531
กรมศุลกากร กับพวก โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เลี่ยง ฮวดอุตสาหกรรมผ้าห่ม ( ประเทศ ไทย จำเลย
กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เลี่ยง ฮวดอุตสาหกรรมผ้าห่ม ( ประเทศ ไทย · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ