⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3662/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3662/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเลื่อนคดีซ้ำโดยไม่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ ถือเป็นการประวิงคดีตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.พ. มาตรา 40 มีเจตนารมณ์ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาโดยมิชักช้า การเลื่อนคดีก็อนุญาตให้เลื่อนคดีได้เพียงครั้งเดียว คู่ความที่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดีไปแล้วจะขอเลื่อนคดีอีกได้ก็ต่อเมื่อเข้าข้อยกเว้น คือมีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ จำเลยเคยขอเลื่อนคดีมาแล้วด้วยเหตุพยานจำเลยติดธุระมาศาลไม่ได้ และในนัดก่อนศาลได้กำชับว่าหากจำเลยขอเลื่อนคดีเพราะเหตุเกี่ยวกับพยานจำเลยอีกจะถือว่าจำเลยประวิงคดี แต่เมื่อถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีกครั้งนี้อ้างว่าทนายจำเลยติดธุระสำคัญมาศาลไม่ได้ โดยไม่ปรากฏว่าติดธุระอะไรและสำคัญเร่งด่วนอย่างไร พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวแสดงว่าจำเลยประวิงคดี ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีอีกจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน ๗๕๔,๓๙๑.๖๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๗๓๔,๑๗๖.๖๕ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ มิฉะนั้นให้นำทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ หากขายได้ไม่พอชำระหนี้ให้โจทก์ยึดทรัพย์อื่นชำระหนี้จนครบถ้วน จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ จำเลยที่ ๒ ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ เมื่อจำเลยที่ ๑ ยกเลิกบัญชีไปแล้ว จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด คดีโจทก์ขาดอายุความฐานลาภมิควรได้ ฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อนแล้วให้จำเลยแก้วันนัดสืบพยานจำเลยซึ่งเหลือพยานบุคคลที่จำเลยจะสืบเป็นปากสุดท้าย จำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่า ทนายจำเลยติดธุระสำคัญศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยประวิงคดี จึงสั่งคัดพยานจำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๗๓๘,๑๗๖.๖๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๓๐ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยฟ้องต้องไม่เกิน ๒๐,๒๑๔.๙๘ บาท หากไม่ชำระให้ยึดที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๑๙๘๘ (ที่ถูกคือ ๑๙๙๘) ทรัพย์จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ ถ้าไม่พอชำระให้จำเลยทั้งสองชำระส่วนที่ยังขาดแก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ตัดพยานจำเลยขอให้กลับ (ที่ถูกคือให้ยก) คำพิพากษาของศาลชั้นต้น และมีคำสั่งให้ดำเนินการสืบพยานจำเลยที่ยังเหลือให้เสร็จ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นสั่งตัดพยานจำเลยชอบแล้ว พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่าภายหลังจากสืบพยานจำเลยปากแรก คือตัวจำเลยที่ ๑ เสร็จ ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ส่งประเด็นไปสืบพยานจำเลยที่เหลือ ถือนายถวิล ซึ่งจำเลยแถลงว่าจะติดใจสืบเป็นปากสุดท้ายที่ศาลจังหวัดนครราชสีมา เมื่อถึงวันนัดสืบพยานประเด็นนัดแรกจำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่านายถวิลติดธุระ ศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๓๑ ถึงวันนัดจำเลยแถลงว่านายถวิล พยานไม่มาศาลขอให้ส่งประเด็นคืนและขอให้นัดฟังประเด็นกลับ วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๓๑ ถึงวันนัดจำเลยขอให้เลื่อนไปสืบนายถวิล พยานจำเลย และแถลงว่าจำเลยจะขอให้ศาลหมายเรียกนายถวิลมาเบิกความ โจทก์แถลงคัดค้านว่าจำเลยประวิงคดีขอให้ตัดพยานจำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีมีทุนทรัพย์มากสมควรให้โอกาสจำเลยอีกสักนัด จึงอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยในวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๓๑ แต่ได้กำชับว่าหากนัดหน้าจำเลยขอเลื่อนคดีเพราะเหตุเกี่ยวกับนายถวิลอีกจะถือว่าจำเลยเจตนาประวิงคดี ถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายจำเลยติดธุระสำคัญมาศาลไม่ได้ โจทก์คัดค้านว่าจำเลยขอเลื่อนคดีมาหลายครั้งแล้ว ไม่ควรอนุญาตให้เลื่อนคดีอีก ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยประวิงคดีจึงสั่งตัดพยานจำเลย พิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๐ บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้กำหนดนัดวันนั่งพิจารณาและแจ้งให้คู่ความทราบแล้ว ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเหตุจำเป็นที่จะต้องขอเลื่อนการนั่งพิจารณาต่อไปโดยเสนอคำขอในวันนั้นหรือก่อนวันนั้น ศาลจะสั่งให้เลื่อนต่อไปก็ได้ แต่เมื่อศาลได้สั่งให้เลื่อนไปแล้วคู่ความฝ่ายนั้นจะขอเลื่อนการนั่งพิจารณาอีกไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้...." เห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวนี้มีเจตนารมณ์จะให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาโดยมิชักช้า การเลื่อนคดีก็อนุญาตให้เลื่อนได้เพียงครั้งเดียว คู่ความที่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดีไปแล้วจะขอเลื่อนคดีอีกได้ก็ต่อเมื่อเข้าข้อยกเว้น คือมีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ การขอเลื่อนคดีนัดที่เป็นปัญหานี้ก็มิใช่การขอเลื่อนคดีครั้งแรกของจำเลยเพราะเมื่อครั้งนัดสืบพยานประเด็นจำเลยที่ศาลจังหวัดนครราชสีมา จำเลยเคยได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดีมาแล้ว ด้วยเหตุนายถวิลพยานจำเลยติดธุระมาศาลไม่ได้ เมื่อจะขอเลื่อนคดีอีกจำเลยจึงมีหน้าที่ต้องแถลงให้ศาลทราบโดยชัดแจ้งว่าจำเลยมีเหตุจำเป็นอย่างไร การขอเลื่อนคดีนัดที่เป็นปัญหาจำเลยก็เพียงแต่ยื่นคำร้องเข้ามาในวันนัดพิจารณาว่าทนายจำเลยมาศาลไม่ได้ เพราะติดธุระสำคัญไม่แสดงให้แจ้งชัดว่าติดธุระอะไร และสำคัญเร่งด่วนอย่างไร เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้ ไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามกฎหมายที่กล่าวแล้วข้างต้น นอกจากนี้ในการเลื่อนคดีก่อนนัดที่เป็นปัญหาจำเลยก็แถลงรับรองว่าจำเลยจะขอให้ศาลหมายเรียกนายถวิลมาเบิกความเป็นพยาน ทั้งศาลชั้นต้นก็กำชับแล้วว่า ถ้าจำเลยขอเลื่อนคดีเกี่ยวกับนายถวิลอีกจะถือว่าประวิงคดี แต่จำเลยก็หาได้ขอให้ศาลหมายเรียกนายถวิลมาเบิกความไม่ ในวันนัดนายถวิลก็ไม่มาศาล พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวแสดงว่าจำเลยประวิงคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี และตัดพยานจำเลยชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3662/2533 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ นายสุทธิชัย เลาหพูนรังษี กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · ล. - นายสุทธิชัย เลาหพูนรังษี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายนิพันธ์ ช่วยสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2270/2524ฎีกา 2751/2522ฎีกา 654/2541ฎีกา 108/2538ฎีกา 2211/2534ฎีกา 7040/2543ฎีกา 196/2523ฎีกา 1644/2519ฎีกา 5344/2542ฎีกา 5734/2545ฎีกา 3717/2538ฎีกา 4990/2531ฎีกา 1899/2512ฎีกา 14/2514ฎีกา 1420/2531ฎีกา 6/2518ฎีกา 1356/2530ฎีกา 2974/2532ฎีกา 1530/2543ฎีกา 805/2519ฎีกา 1988/2535ฎีกา 7470/2543ฎีกา 3267/2547ฎีกา 126/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา