⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 896/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีเพื่อเพิกถอนนิติกรรมการโอนทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ภาษีอากรที่ค้างชำระ มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรตามกฎหมายจัดตั้งศาลภาษีอากรฯ และไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลภาษีอากร.

ย่อคำพิพากษา

คดีที่กรมสรรพากรโจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ให้เพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินกลับคืนมาเป็นมรดกของ น. ที่ค้างชำระหนี้ค่าภาษีอากรอยู่แก่โจทก์ มิใช่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรตามมาตรา 7(2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2528 และไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของแผนกคดีภาษีอากรของศาลแพ่งตามมาตรา 31 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 10 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะยื่นฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.7 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.10 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2514 ถึง พ.ศ. 2520นายนิพัทธ์ จิระนคร มีรายรับจากการขายอสังหาริมทรัพย์โดยเจตนามุ่งการค้ากำไรเป็นเงินทั้งสิ้น 9,530,000 บาท โดยไม่ได้จดทะเบียนการค้าและเสียภาษีการค้าให้ถูกต้องตามกฎหมายเจ้าพนักงานประเมินจึงได้ประเมินเรียกเก็บภาษีการค้า เงินเพิ่มตามมาตรา 89 ทวิ เบี้ยปรับตามมาตรา 89(1) และภาษีเทศบาลโดยคำนวณเบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีเทศบาลถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2520รวมเป็นเงินภาษีการค้าที่นายนิพัทธ์จะต้องชำระทั้งสิ้น1,236,776.64 บาท นายนิพัทธ์ได้รับแจ้งการประเมินดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2520 ต่อมาวันที่ 30 มกราคม 2521นายนิพัทธ์ได้ผ่อนชำระเงินภาษีให้แก่โจทก์หลายครั้ง คงค้างชำระอีกเพียง 1,227,074.65 บาท ต่อมา วันที่ 16 ธันวาคม 2522นายนิพัทธ์ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 1 ในฐานะภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นผู้จัดการมรดก จึงต้องรับผิดชำระเงินภาษีดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม และภาษีเทศบาล จากจำนวนภาษีที่ค้างตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2520 ถึงวันที่ 24 มีนาคม 2529เป็นเงินเพิ่ม 218,870.87 บาท และเงินภาษีเทศบาล 21,887.08 บาทรวมค่าภาษีทั้งสิ้น 1,467,832.60 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยที่ 1ชำระหนี้ดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 1 เพิกเฉยแต่ยอมรับว่านายนิพัทธ์เป็นหนี้ภาษีการค้าโจทก์จริง และจำเลยที่ 1 ไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้แทนได้ ยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์ของนายนิพัทธ์ขายทอดตลาดต่อมาวันที่ 22 พฤศจิกายน 2526 จำเลยที่ 1 ใช้สิทธิไม่สุจริตจงใจโอนที่ดินโฉนดตราจองเลขที่ 3953 เฉพาะส่วนของนายนิพัทธ์ให้แก่จำเลยที่ 2 ในราคา 186,000 บาท ต่ำกว่าราคาปานกลางของที่ดิน โดยจำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าการโอนที่ดินให้แก่กันดังกล่าว ทำให้โจทก์เสียเปรียบอันเป็นการฉ้อฉลโจทก์เพราะจำเลยทั้งสองรู้ดีว่านายนิพัทธ์เป็นหนี้ภาษีการค้าโจทก์อยู่การกระทำของจำเลยทั้งสองมีเจตนาไม่ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ค่าภาษีดังกล่าว ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองโอนที่ดินกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกของนายนิพัทธ์ตามเดิมแล้วจำเลยทั้งสองกลับเพิกเฉย นายนิพัทธ์ไม่มีทรัพย์สินอื่นที่จะชำระหนี้ค่าภาษีได้อีก ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินอันเป็นฉ้อฉลของจำเลยทั้งสอง ให้ที่ดินโฉนดตราจองเลขที่ 3953 กลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกของนายนิพัทธ์ หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมโอนให้ถือคำสั่งศาลแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองโอนขายที่ดินโฉนดตราจองเลขที่ 3953 แก่กันจริง แต่เป็นการโอนขายโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนซื้อขายกันถูกต้องตามกฎหมาย โดยจำเลยที่ 2 ไม่เคยทราบว่านายนิพัทธ์มีหนี้สินค้างชำระโจทก์อยู่จึงไม่เป็นการฉ้อฉลและไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินดังกล่าว และโจทก์ทราบถึงการจดทะเบียนโอนขายที่ดินระหว่างจำเลยทั้งสองตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2526 แต่โจทก์มาฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2529 พ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่โจทก์ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นข้อมูลให้เพิกถอน จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดตราจองเลขที่ 3953ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างจำเลยทั้งสองหากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ยกคำฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายในอายุความ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายนิพัทธ์เจ้ามรดกค้างชำระค่าภาษีอากรต่อโจทก์ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน2526 จำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินโฉนดตราจองเลขที่ 3953 ตั้งอยู่ที่ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เฉพาะส่วนของนายนิพัทธ์ให้แก่จำเลยที่ 2 ในราคา 186,000 บาท โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองโอนที่ดินกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกของนายนิพัทธ์ตามเดิมและจำเลยทั้งสองเพิกเฉย นายนิพัทธ์ไม่มีทรัพย์สินอื่นที่จะชำระหนี้ค่าภาษีอากรอีก โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินอันเป็นการฉ้อฉลของจำเลยทั้งสองที่ศาลจังหวัดสงขลามีปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดสงขลาหรืออยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของแผนกคดีอากรของศาลแพ่ง ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่19 มิถุนายน 2529 ได้จัดตั้งแผนกคดีอากรขึ้นในศาลแพ่ง โดยเปิดทำการเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2529 และแผนกคดีภาษีอากรของศาลแพ่งมีอำนาจและเขตอำนาจเช่นเดียวกับศาลภาษีอากรกลางซึ่งเปิดทำการเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2529 ก็ตาม แต่คดีนี้โจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินโฉนดตราจองเลขที่ 3953 กลับคืนมาเป็นมรดกของนายนิพัทธ์ที่ค้างชำระหนี้ค่าภาษีอากรอยู่แก่โจทก์ จึงมิใช่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรตามมาตรา 7(2)แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2528 และไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของแผนกคดีภาษีอากรของศาลแพ่งตามมาตรา 31 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 10 วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ศาลจังหวัดสงขลารับฟ้องคดีนี้ของโจทก์ไว้พิจารณาชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2537 กรมสรรพากร โจทก์ นาง ศรีจรวย จิระ นคร ฯ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - นาง ศรีจรวย จิระ นคร ฯ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ หัตถกรรม · นาม ยิ้มแย้ม · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5046/2538ฎีกา 775/2508ฎีกา 1257/2506ฎีกา 3712/2534ฎีกา 5565/2559ฎีกา 436/2512ฎีกา 266/2537ฎีกา 5881/2541ฎีกา 3034/2526ฎีกา 4230/2528ฎีกา 8357/2538ฎีกา 1140/2536ฎีกา 4676/2557ฎีกา 4143/2532ฎีกา 19883/2555ฎีกา 198/2506ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 301/2539ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 1051/2526ฎีกา 5059/2538ฎีกา 558/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา