⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6239/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6239/2555

ป.พ.พ. ม.237

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนทรัพย์สินโดยรู้ว่าเป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ถือเป็นการกระทำที่มุ่งประสงค์ให้เจ้าหนี้เสียเปรียบตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ไปแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินจนเจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าว แล้วจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ไป จำเลยที่ 1 ย่อมรู้ดีว่าทำให้โจทก์ไม่อาจที่จะบังคับชำระหนี้เอาจากที่ดินพิพาท ทั้งข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินอื่นพอจะชำระหนี้ได้ และจำเลยที่ 1 ก็ยอมรับว่าไม่ได้ประกอบอาชีพและไม่มีรายได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ทั้งรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 20425 ตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ระหว่างจำเลยทั้งสอง และให้จำเลยที่ 2 โอนที่ดินดังกล่าวมาเป็นของจำเลยที่ 1 หากไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 20425 ตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ระหว่างจำเลยทั้งสอง กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน แต่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 3,000 บาท และในชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาททั้งรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบหรือไม่ เห็นว่า แม้การที่จำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ยึดถือโฉนดที่ดินพิพาทไว้จะไม่มีผลบังคับในทางจำนองแต่ก็แสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ว่าจำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ยึดโฉนดที่ดินดังกล่าวเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระโจทก์สามารถบังคับคดีเอากับที่ดินแปลงดังกล่าวได้และเพื่อไม่ให้จำเลยที่ 1 ไปทำนิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทนั่นเอง การที่จำเลยที่ 1 ไปแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินจนเจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าว แล้วจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ไป จำเลยที่ 1 ย่อมรู้ดีว่าทำให้โจทก์ไม่อาจที่จะบังคับชำระหนี้เอาจากที่ดินพิพาท ทั้งข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินอื่นพอจะชำระหนี้ได้ และจำเลยที่ 1 ก็ยอมรับว่าไม่ได้ประกอบอาชีพและไม่มีรายได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ทั้งรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6239/2555 นางจิรารัตน์ คูสวัสดิ์ โจทก์ นายตั๋น บุตรจุ้ม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจิรารัตน์ คูสวัสดิ์ · จำเลย - นายตั๋น บุตรจุ้ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมยศ เข็มทอง · ไชยยงค์ คงจันทร์ · เมทินี ชโลธร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายสมชนก ปิยะสุวรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายกัมปนาท วงษ์นรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1366/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 5059/2538ฎีกา 5444/2551ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 1145/2495ฎีกา 597/2513ฎีกา 392/2561ฎีกา 635/2511ฎีกา 310/2534ฎีกา 2269/2543ฎีกา 4144/2552ฎีกา 5207/2545ฎีกา 14934/2557ฎีกา 7247/2537ฎีกา 5325/2534ฎีกา 609/2544ฎีกา 1951/2553ฎีกา 1910/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา