⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2770/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2770/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ในกรณีจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การนั้นเป็นที่สุด โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ จึงอยู่ภายใต้บังคับของ ป.วิ.พ. มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่แล้ว จึงเป็นที่สุด โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 7 ก็ไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ แม้จำเลยมิได้ฎีกาในข้อที่โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์นี้แต่ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ยื่นฟ้องขอให้บังคับจำเลยซึ่งกระทำละเมิดชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยและได้รับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกัน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้องเนื่องจากจำเลยไม่ได้อาศัยอยู่ ณ ภูมิลำเนาตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้องมาตั้งแต่ปี 2527 จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา หากจำเลยได้มีโอกาสต่อสู้คดีย่อมจะทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง เนื่องจากผู้เอาประกันภัยและจำเลยได้ประนีประนอมยอมความกันแล้วโดยต่างฝ่ายต่างไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีอย่างใดซึ่งกันและกัน ขอให้พิจารณาคดีใหม่ โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะยื่นเมื่อพ้นกำหนดแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ให้จำเลยยื่นคำให้การภายใน 15 วัน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ กรณีจึงอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ซึ่งบัญญัติว่า "คำสั่งศาลที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ให้เป็นที่สุด แต่ในกรณีศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่แล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงเป็นที่สุดตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 7 ก็ไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าว แม้จำเลยมิได้ฎีกาในข้อที่โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์นี้แต่ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยต่อไป" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยกอุทธรณ์ของโจทก์และฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่โจทก์และชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2770/2549 บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวรกิตติ ศรีเกตุนิ่ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายวรกิตติ ศรีเกตุนิ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · สุรพล เจียมจูไร · ชวลิต ตุลยสิงห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา