⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2898/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2898/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์โดยขู่ว่าจะเปิดเผยความลับ จะต้องมีการบรรยายในฟ้องให้ชัดว่าความลับนั้นเป็นความลับที่หากเปิดเผยแล้วจะทำให้ผู้เสียหายหรือบุคคลที่สามเสียหาย.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มิได้บรรยายในคำฟ้องว่า ภาพเปลือยของผู้เสียหายที่จำเลยทั้งสองขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยเป็นความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้เสียหายหรือบุคคลที่สามเสียหาย ทั้งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะหากไม่ใช่ความลับที่เปิดเผยแล้วจะทำให้ผู้เสียหายหรือบุคคลที่สามต้องเสียหาย ก็ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าไม่ใช่ความลับที่ผู้เสียหายประสงค์จะปกปิดเอาไว้มิให้เปิดเผยแก่บุคคลทั่วไปอันจะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 338 ดังนั้น คำฟ้องของโจทก์จึงขาดองค์ประกอบความผิดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แม้จำเลยทั้งสองจะเข้าใจข้อหาได้ดีและไม่หลงต่อสู้ ศาลก็ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามคำฟ้องที่ไม่ชอบนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.338

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2541 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันข่มขืนใจนางลิ่วน้อย อธิรัตนมงคล ผู้เสียหาย ให้ยอมให้จำเลยทั้งสองได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินเป็นเงิน 300,000 บาท โดยขู่เข็ญว่าหากผู้เสียหายไม่ยอมมอบเงินจำนวนนั้น จำเลยทั้งสองจะนำภาพถ่ายเปลือยของผู้เสียหายออกเปิดเผย จนผู้เสียหายยอมให้เงิน 10,000 บาท แก่จำเลยทั้งสอง เหตุเกิดที่ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมฟิล์ม 1 ม้วน เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338, 83, 33 ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 3 ปี ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง และยกคำขอริบของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นตัวการกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338 โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันข่มขืนใจผู้เสียหายให้ยอมให้เงิน 300,000 บาท ซึ่งเป็นประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินแก่จำเลยทั้งสอง โดยขู่เข็ญว่าหากผู้เสียหายไม่ยอมให้เงินจำนวนนั้น จำเลยทั้งสองจะนำภาพเปลือยของผู้เสียหายออกเปิดเผยจนผู้เสียหายยอมมอบเงิน 10,000 บาท แก่จำเลยทั้งสอง เห็นว่า โจทก์มิได้บรรยายในคำฟ้องว่า ภาพเปลือยของผู้เสียหายที่จำเลยทั้งสองขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยเป็นความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้เสียหายหรือบุคคลที่สามเสียหาย ทั้งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะหากไม่ใช่ความลับที่เปิดเผยแล้วจะทำให้ผู้เสียหายหรือบุคคลที่สามต้องเสียหาย ก็ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าไม่ใช่ความลับที่ผู้เสียหายประสงค์จะปกปิดเอาไว้มิให้เปิดเผยแก่บุคคลทั่วไปอันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338 ดังนั้น คำฟ้องของโจทก์จึงขาดองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แม้จำเลยทั้งสองจะเข้าใจข้อหาในคำฟ้องได้ดีและไม่หลงต่อสู้ ศาลก็ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้องที่ไม่ชอบนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2898/2549 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายประพืช แก้วสุวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายประพืช แก้วสุวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธนพจน์ อารยลักษณ์ · โนรี จันทร์ทร · ศุภชัย สมเจริญ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ