⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 344/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยเรื่องทนายความตาม ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถือเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและทำให้จำเลยเสียเปรียบ แม้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้แก้ไข ก็ไม่อาจทำให้กระบวนพิจารณาที่เสียไปแล้วกลับมาชอบด้วยกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ในการพิจารณาคดีก่อนถามคำให้การจำเลย ศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยเรื่องทนายความตาม ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง จึงเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าวอันเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ และทำให้จำเลยเสียเปรียบ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ให้ศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยเรื่องทนายความแล้วให้ส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อพิจารณาพิพากษา ก็ไม่อาจแก้ไขกระบวนการพิจารณาที่เสียไปแล้วตั้งแต่ต้นให้กลับมาเป็นชอบด้วยกฎหมายได้ ศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.173

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนรถยนต์กระบะ คันหมายเลขทะเบียน บธ-9067 สุราษฎร์ธานี หรือใช้ราคา 190,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสอง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 (ที่ถูกมาตรา 352 วรรคแรก) จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนรถยนต์กระบะ คันหมายเลขทะเบียน บธ-9069 สุราษฎร์ธานี หรือใช้ราคา 190,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสอง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ปรากฏว่าในการพิจารณาคดีก่อนถามคำให้การจำเลย ศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยเรื่องทนายความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองสิทธิของจำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ จึงเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าวอันเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ และทำให้จำเลยเสียเปรียบ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 ให้ศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยเรื่องทนายความแล้วให้ส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อพิจารณาพิพากษาก็ตาม ก็ไม่อาจแก้ไขกระบวนการพิจารณาที่เสียไปแล้วตั้งแต่ต้นให้กลับมาเป็นชอบด้วยกฎหมายได้ ศาลฎีกาเห็นเป็นการจำเป็นที่จะให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยกฎหมาย 225" พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 และให้สอบคำให้การจำเลยเสียใหม่ แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. (องอาจ โรจนสุพจน์ - เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ - สถิตย์ อรรถบลยุคล) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2549 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายทิวาพงศ์ บุญทัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายทิวาพงศ์ บุญทัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)องอาจ โรจนสุพจน์ · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · สถิตย์ อรรถบลยุคล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 680/2530ฎีกา 4095/2554ฎีกา 4460/2546ฎีกา 650/2489ฎีกา 4612/2536ฎีกา 4608/2545ฎีกา 5764/2550ฎีกา 1045-1046/2516ฎีกา 2149/2523ฎีกา 616/2486ฎีกา 1608/2521ฎีกา 8366/2544ฎีกา 3654/2545ฎีกา 204/2516ฎีกา 8287/2559ฎีกา 1554/2535ฎีกา 15140/2555ฎีกา 3661/2556ฎีกา 2064/2535ฎีกา 2923/2541ฎีกา 6915/2544ฎีกา 5715/2538ฎีกา 3971/2542ฎีกา 7701/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา