⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3593/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3593/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวอ้างว่าศาลดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการอุทธรณ์ในประเด็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ซึ่งต้องยกขึ้นว่ากล่าวในคดีเดิม ไม่สามารถฟ้องเป็นคดีใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์อ้างว่าโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เป็นไปตามนั้นด้วยแต่อย่างใด จึงเป็นกรณีที่โจทก์กล่าวอ้างว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมาย มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 138 ที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมและเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน อันเป็นเรื่องการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 27 ซึ่งศาลชั้นต้นในคดีที่มีการพิจารณาที่ผิดระเบียบมีอำนาจที่จะสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียได้ตามบทกฎหมายดังกล่าว ดังนี้ โจทก์จึงชอบที่จะยกขึ้นว่ากล่าวกันในคดีเดิมที่อ้างว่ามีการพิจารณาที่ผิดระเบียบ จะมายื่นฟ้องเป็นคดีใหม่นั้นหาได้ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เปิดบัญชีกระแสรายวันและทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับจำเลยต่อเนื่องกัน 3 ฉบับ โดยจำนองที่ดินมีโฉนด 2 แปลง เพื่อเป็นประกันหนี้ โจทก์ตรวจพบว่าจำเลยคิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง แต่จำเลยกลับอ้างว่าโจทก์ผิดสัญญาและให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถาม ต่อมาวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 จำเลยหลอกลวงโจทก์ให้ชำระหนี้แก่จำเลยบางส่วนเป็นเงิน 100,000 บาท กับค่าขึ้นศาลอีก 40,000 บาท พร้อมกับให้โจทก์ลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความและเอกสารหมายฉบับที่ยังไม่ได้กรอกข้อความมอบให้แก่จำเลยไป โดยโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยจะถอนฟ้องคดีที่ได้ยื่นฟ้องโจทก์ไว้แล้ว และจะแก้ไขจำนวนหนี้ที่เหลือให้ถูกต้องพร้อมปรับปรุงหนี้เพื่อให้โจทก์ได้ผ่อนชำระ เดือนกุมภาพันธ์ 2542 โจทก์ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง จึงเชื่อว่าจำเลยคงจะถอนฟ้องต่อไป โจทก์รอการติดต่อจากจำเลยเพื่อปรับปรุงหนี้ จนเมื่อเดือนมิถุนายน 2544 เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดิน 2 แปลง ที่โจทก์จำนองไว้แก่จำเลยเพื่อบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 90/2542 ของศาลชั้นต้น โจทก์จึงทราบว่าจำเลยสมคบกับนายอดิศักดิ์นำใบแต่งทนายความที่จำเลยให้โจทก์ลงลายมือชื่อไว้ไปกรอกข้อความเป็นว่าโจทก์แต่งตั้งนายอดิศักดิ์เป็นทนายความของโจทก์ เพื่อให้ศาลชั้นต้นเชื่อว่านายอดิศักดิ์เป็นทนายความมีอำนาจประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ แล้วจำเลยกับนายอดิศักดิ์ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า โจทก์ยอมชำระหนี้เพื่อไถ่ถอนจำนองเป็นเงิน 1,571,128.16 บาท พร้อมดอกเบี้ย โดยผ่อนชำระเป็นรายเดือน หากผิดนัดยอมให้บังคับคดีได้ทันที และศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งความจริงแล้วโจทก์ไม่มีส่วนรู้เห็นใด ๆ ทั้งสิ้น สัญญาประนีประนอมยอมความจึงตกเป็นโมฆะ เพราะขัดต่อการแสดงเจตนาและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่อาจมีผลผูกพันโจทก์ ขอให้พิพากษาว่า คำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 90/2542 ของศาลชั้นต้นไม่มีผลผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าว ใบแต่งทนายความจำเลยและสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าวตกเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า หากโจทก์เห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอมนั้นไม่ถูกต้อง ก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 เมื่อโจทก์ไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์ และคดีถึงที่สุดไปแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขอให้พิพากษาว่าคำพิพากษาตามยอมไม่มีผลผูกพันโจทก์ ส่วนที่ขอให้พิพากษาว่าใบแต่งทนายความเป็นโมฆะ ก็เป็นผลต่อเนื่องมาจากคำขอดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้อง จึงไม่รับฟ้องโจทก์ คืนค่าขึ้นศาล โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่า พฤติการณ์ของโจทก์ตามคำฟ้องแสดงอยู่ในตัวว่า โจทก์ยินยอมมอบหมายให้ทนายความที่จำเลยจัดหาให้เป็นตัวแทนของโจทก์ในการดำเนินคดี คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมผูกพันโจทก์ หากโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องก็ชอบที่จะอุทธรณ์ จะฟ้องขอให้ทำลายคำพิพากษาของศาลนั้นเองไม่ได้ แต่ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องโจทก์นั้นไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องต้องยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสาม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า กรณีตามคำฟ้องของโจทก์ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดที่ห้ามมิให้โจทก์นำคดีมาฟ้อง เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยหลอกลวงโจทก์ให้ลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความและเอกสารหลายฉบับที่ยังไม่ได้กรอกข้อความเพื่อให้จำเลยนำไปถอนฟ้อง แต่จำเลยกับนายอดิศักดิ์กลับสมคบกันกรอกข้อความลงในใบแต่งทนายความดังกล่าวเป็นว่าโจทก์แต่งตั้งนายอดิศักดิ์เป็นทนายความมีอำนาจประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ แล้วจำเลยกับนายอดิศักดิ์ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นพิพากษาให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งหากข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์กล่าวอ้างมาในคำฟ้อง กระบวนพิจารณาที่มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความของศาลชั้นต้นย่อมเป็นการไม่ชอบ เพราะโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เป็นตามนั้นด้วยแต่อย่างใด จึงเป็นกรณีที่โจทก์กล่าวอ้างว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมาย มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 ที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมและเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน อันเป็นเรื่องการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ซึ่งศาลชั้นต้นในคดีที่มีการพิจารณาที่ผิดระเบียบมีอำนาจที่จะสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียได้ตามบทกฎหมายดังกล่าว ดังนี้ โจทก์จึงชอบที่จะยกขึ้นว่ากล่าวกันในคดีเดิมที่อ้างว่ามีการพิจารณาที่ผิดระเบียบ จะมายื่นฟ้องเป็นคดีใหม่หาได้ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ในข้ออื่นอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาในเป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3593/2549 นายสำเริง ศรีทรง โจทก์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำเริง ศรีทรง · จำเลย - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัชลิต ละเอียด · สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุโขทัย - นางสาวนิดพา กนกภากร · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอดิศักดิ์ ปัตรวลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6435/2555ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3996/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1220/2510ฎีกา 861/2540ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา