⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5744/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5744/2549

ป.วิ.อาญา ม.158, 195, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยจะยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้นั้น ต้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามครบองค์ประกอบความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ แม้ปัญหานี้มิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 341, 343 ริบของกลาง กับให้จำเลยทั้งสามคืนเงินจำนวน 24 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี ริบของกลาง และให้จำเลยทั้งสามคืนเงินจำนวน 24 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามประการแรกว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามครบองค์ประกอบความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่แม้ปัญหานี้มิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามโดยสุจริตร่วมกันหลอกลวงประชาชน นางสาวประวีณพร อยู่เย็น และร้อยตำรวจโทวุธพันธ์ เนตรเพชราชัย ผู้เสียหาย ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชนที่อยู่ในสำนักพระศรีอารย์และผู้เสียหายว่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2500 ได้เข้าสู่ยุคพระศรีอารย์ ประชาชนที่ไม่นับถือพระศรีอารย์จะเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ตายไปต้องติดคุกสวรรค์หากได้เข้ามานับถือพระศรีอารย์โดยเป็นตัวแทนข้าราชการไสยศาสตร์จะทำให้ไม่เจ็บป่วย ไม่ตาย ก่อนที่จะเข้ามาเป็นข้าราชการไสยศาสตร์จะต้องทำพิธีตรวจองค์ที่ประจำอยู่ในตัวของแต่ละบุคคลโดยเสียค่าตรวจองค์ให้แก่จำเลยทั้งสามเป็นเงิน 24 บาท และรับบัตรโอนเซ็นเป็นตัวแทนข้าราชการไสยศาสตร์ ย้ายศาสนามาอยู่กับพระศรีอารย์ แล้วทางศาลใหญ่ของสวรรค์จะพิจารณาปล่อยตัวจากการควบคุมของตำรวจสวรรค์ โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 จะเป็นตัวแทนเสนอเรื่องการปล่อยตัวต่ออัยการสวรรค์ โดยเสียเงินให้แก่จำเลยทั้งสาม 392 บาท การที่โจทก์บรรยายฟ้องดังกล่าวได้แสดงให้เห็นแล้วว่า จำเลยทั้งสามโดยสุจริตหลอกลวงผู้อื่นและประชาชนอย่างไร และการหลอกลวงนั้นจำเลยทั้งสามจะได้ไปซึ่งเงินจำนวน 416 บาท จากผู้เสียหาย และได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากนางสาวประวีณพรและประชาชนเป็นเงิน 6,360 บาท ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า การหลอกลวงนั้นจำเลยทั้งสามได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามที่โจทก์ฟ้องแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามต่อไปว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสามหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสามแสวงหาประโยชน์ใส่ตนโดยการหลอกลวงแก่ประชาชนทั่วไปที่ต้องการที่พึ่งทางจิตใจ พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามจึงเป็นภัยต่อสังคม ที่จำเลยทั้งสามยกขึ้นอ้างในฎีกาว่านางสาวประวีณพร อยู่เย็น ซึ่งถูกจำเลยทั้งสามหลอกลวงด้วย ไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยทั้งสามแล้ว และจำเลยที่ 1 มีภาระต้องเลี้ยงดูมารดาซึ่งเจ็บป่วย ส่วนจำเลยที่2 และที่ 3 มีอาการป่วยเป็นโรคต่างๆ นั้น เมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามกับเหตุที่จำเลยทั้งสามอ้างแล้ว ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาลงโทษโดยไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสามนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5744/2549 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายณรงค์ แซ่เตียว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายณรงค์ แซ่เตียว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ วิริยสิทธาวัฒน์ · สิทธิชัย รุ่งตระกูล · ธนัท วิรบุตร์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 917/2564ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 4225/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ