คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6032/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อพิพาทแห่งคดีอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ การอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
แม้คำขอโจทก์ท้ายฟ้องจะขอให้จำเลยพร้อมทั้งบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ ซึ่งเป็นการขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยให้การต่อสู้คดีว่า ที่พิพาทจำเลยเป็นผู้ครอบครองตลอดมาเท่ากับจำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นจึงกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาทหรือไม่ ซึ่งนัยความหมายของประเด็นดังกล่าวคือโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทหรือไม่อันจะนำไปสู่การวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิที่จะขอให้จำเลยพร้อมบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้หรือไม่ ดังนั้น ราคาของที่พิพาทในคดีนี้จึงอาจคำนวณราคาเป็นราคาเงินได้ คดีโจทก์เดิมที่บังคับขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณราคาเป็นราคาเงินได้หรือคดีไม่มีทุนทรัพย์นั้นจึงกลายเป็นคดีที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาของที่พิพาทซึ่งเท่ากับ 25,000 บาท จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 3 ตำบลทองหลาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ออกไปจากที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จำนวน 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จกับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายออกไปจากที่ดินของโจทก์
จำเลยให้การปฏิเสธ ขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรม นายสมนึก มูลจันทร์ ทายาทและผู้จัดการมรดกของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้และเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทหรือไม่ เห็นว่า แม้คำขอโจทก์ท้ายฟ้องจะขอให้จำเลยพร้อมทั้งบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 3 ตำบลทองหลาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก พร้อมสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามฟ้อง ซึ่งคำขอของโจทก์ดังกล่าวจะเป็นการขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยให้การต่อสู้คดีว่า ที่พิพาทจำเลยเป็นผู้ครอบครองตลอดมาเท่ากับจำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นจึงกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาทหรือไม่ ซึ่งนัยความหมายของประเด็นดังกล่าวคือโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทหรือไม่ อันจะนำไปสู่การวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิที่จะขอให้จำเลยพร้อมทั้งบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้หรือไม่ ดังนั้น ราคาของที่พิพาทในคดีนี้จึงอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ คดีโจทก์เดิมที่บังคับขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือคดีไม่มีทุนทรัพย์นั้น จึงกลายเป็นคดีที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาของที่พิพาทซึ่งเท่ากับ 25,000 บาท ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดมา เมื่อคดีโจทก์เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ตามที่ได้วินิจฉัยมาแล้วจึงหาจำต้องวินิจฉัยอีกต่อไปว่า คดีโจทก์เป็นการฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ หรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีโจทก์ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6032/2549
นางชิด มูลจันทร์ โจทก์
ในฐานะส่วนตัวและผู้จัดการมรดก
ของนายดี อู่ทรัพย์
โดยนายสมนึก มูลจันทร์
ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน
นางเกษร บุญรอด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางชิด มูลจันทร์ · จำเลย - ในฐานะส่วนตัวและผู้จัดการมรดกของนายดี อู่ทรัพย์โดยนายสมนึก มูลจันทร์ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนนางเกษร บุญรอด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประเสริฐ วิริยสิทธาวัฒน์ · สิทธิชัย รุ่งตระกูล · ธนัท วิรบุตร์ |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ