⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6991/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6991/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยระบุเพียงว่า "ข่มขืนกระทำชำเรา" ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายแล้ว โดยรายละเอียดแห่งการกระทำความผิดนั้น โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้

ย่อคำพิพากษา

ข้อความว่า "ข่มขืนกระทำชำเรา" หมายถึง การร่วมประเวณีกับหญิงซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะของการข่มขืนกระทำชำเรา แต่เป็นรายละเอียดที่โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้ คำฟ้องของโจทก์จึงครบองค์ประกอบความผิดตามป.อ. มาตรา 276 วรรคแรก แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2542 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยข่มขืนกระทำชำเรา น. ผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายด้วยการขับรถจักรยานยนต์ชนรถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายขับ ทำให้บริเวณใบหน้า ลำคอ ขาหนีบ และซี่โครงซ้ายได้รับอันตรายแก่กายจนผู้เสียหายนอนป่วยไม่รู้สึกตัว มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรง ได้รับอันตรายแก่กายต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน และจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 มาตรา 276 และมาตรา 277 ทวิ ริบรถจักรยานยนต์ทะเบียน ขอนแก่น ท - 2920 ให้คืนเสื้อแจ๊กเก้ต สร้อยยางสีดำ และกระดาษเบอร์โทรศัพท์ของกลางแก่เจ้าของและเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก และมาตรา 277 ทวิ (1) ลงโทษจำคุก 18 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 24 ปี คำรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 18 ปี รับรถจักรยานยนต์ทะเบียน ขอนแก่น ท - 2920 ให้คืนเสื้อแจ๊กเก้ต สร้อยยางสีดำ และกระดาษเบอร์โทรศัพท์ของกลางแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเนื่องจากไม่ได้บรรยายลักษณะของการข่มขืนกระทำชำเราหรือไม่ เห็นว่า ข้อความ "ข่มขืนกระทำชำเรา" หมายถึงการร่วมประเวณีกับหญิงซึ่งมิใช่ภรรยาของตนคือผู้เสียหาย โจทก์บรรยายข้อความต่อว่า "จำเลยใช้กำลังประทุษร้าย... โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้..." แม้โจทก์ไม่บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะของการข่มขืนกระทำชำเรา แต่เป็นรายละเอียดที่โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้ คำฟ้องของโจทก์จึงครบองค์ประกอบความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6991/2549 พนักงานอัยการประจำจังหวัดพล โจทก์ นายสงกรานต์ คำสุนชา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำจังหวัดพล · จำเลย - นายสงกรานต์ คำสุนชา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์ · ประทีป ปิติสันต์ · นุรักษ์ มาประณีต
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา