คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8240/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ คือรายได้จากการดำเนินกิจการที่จำเลยได้รับชำระแล้วและเหลือจากหักค่าใช้จ่ายเท่านั้น สิทธิเรียกร้องที่ยังไม่ได้รับชำระและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายจึงยังไม่เป็นรายได้ของรัฐที่ต้องห้ามมิให้อายัด
ย่อคำพิพากษา
ตาม พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ.2496 มาตรา 11 และมาตรา 12 กำหนดให้รายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ คือ รายได้จากการดำเนินกิจการที่จำเลยได้รับมาแล้ว และเหลือจากหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 12 วรรคหนึ่ง เท่านั้น ไม่รวมถึงรายได้ที่จำเลยยังไม่ได้รับชำระและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย สิทธิเรียกร้องเงินค่าขนส่งตามสัญญาจ้างที่จำเลยทำไว้กับโรงงานยาสูบซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งอายัดเป็นเพียงสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ที่จำเลยยังไม่ได้รับเข้ามาเป็นรายได้ของจำเลยและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย ยังไม่เป็นรายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ จึงไม่ใช่ทรัพย์สินของแผ่นดินไม่ต้องห้ามมิให้อายัด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าจ้างขนส่งตามสัญญาจ้างที่จำเลยทำไว้กับโรงงานยาสูบ 629,930 บาท ไปยังโรงงานยาสูบผู้ว่าจ้าง โดยให้ส่งมอบเงินดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 10 วัน นับแต่วันถึงกำหนดจ่ายเงิน
จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการอายัด
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ.2496 มาตรา 11 บัญญัติว่า "รายได้ที่ ร.ส.พ. ได้รับจากการดำเนินกิจการ ให้ตกเป็นของ ร.ส.พ. สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ" มาตรา 12 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในปีหนึ่งๆ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินกิจการ ค่าภาระต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา เงินสำรองไถ่ถอนหนี้...และเงินลงทุนตามที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีแล้ว เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ" วรรคสองบัญญัติว่า "แต่ถ้ารายได้มีจำนวนไม่พอสำหรับรายจ่ายดังกล่าว นอกจากเงินสำรองที่ระบุไว้ในวรรคก่อน และ ร.ส.พ. ไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นได้ รัฐบาลพึงจ่ายเงินให้แก่ ร.ส.พ. เท่าจำนวนที่จำเป็น" ดังนี้ เห็นได้ว่ารายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ คือ รายได้จากการดำเนินกิจการที่จำเลยได้รับมาแล้ว และเหลือจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 12 วรรคหนึ่ง แล้วเท่านั้น ไม่รวมถึงรายได้ที่จำเลยยังไม่ได้รับชำระและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย สิทธิเรียกร้องเงินค่าขนส่งตามสัญญาจ้างที่จำเลยทำไว้กับโรงงานยาสูบซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งอายัดเป็นเพียงสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ที่จำเลยยังไม่ได้รับเข้ามาเป็นรายได้ของจำเลยและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย ยังไม่เป็นรายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ จึงไม่ใช่ทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่ต้องห้ามมิให้อายัด ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8240/2549
นางสาวดวงจันทร์ เผือกขวัญดี โจทก์
องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ( ร.ส.พ.) จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวดวงจันทร์ เผือกขวัญดี · จำเลย - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ( ร.ส.พ.) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิทยา บุญชู · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · จรัส พวงมณี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายเลิศชัย ภักดีฉนวน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา