⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8391/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8391/2549

ป.พ.พ. ม.1349, 1350, 1387

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่กรณีต่างฝ่ายต่างยอมให้อาศัยใช้ทางพิพาทออกสู่ทางสาธารณะเป็นการถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ถือเป็นภาระจำยอมหรือทางจำเป็น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยอมรับว่ามีข้อตกลงกับจำเลยว่าต่างฝ่ายต่างยอมให้อาศัยใช้ทางพิพาทออกสู่ถนนคลองชลประทานได้ เป็นการเอื้อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ทางพิพาทจึงไม่เป็นทางภาระจำยอมระหว่างโจทก์จำเลยเพราะต่างคนต่างยอมให้ผ่านในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการยอมให้ผ่านทางพิพาทโดยถือวิสาสะซึ่งกันและกันนั่นเอง ที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ไม่ได้ถูกปิดล้อมโดยที่ดินโฉนดเลขที่ 15671 ของจำเลย แต่ถูกปิดล้อมโดยที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของ ว. เพราะที่ดินตามโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์จะผ่านไปสู่ถนนคลองชลประทานระยะทางที่ใกล้ที่สุดก็คือผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของ ว. ดังนั้นทางพิพาทช่วงระยะที่ดินของจำเลยตามโฉนดเลขที่ 15671 จึงไม่เป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินของโจทก์ ตามโฉนดเลขที่ 15673

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1350 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นและทางภาระจำยอมให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นทางพิพาทออก หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์รื้อถอนได้เองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยไปจดทะเบียนทางพิพาท เป็นทางจำเป็น และหรือทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งกีดขวางและเปิดทางพิพาทให้โจทก์และบริวารให้รถยนต์ผ่านเข้าออกได้ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 6722 และที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 15671 ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี แทรกอยู่ตรงกลางระหว่างที่ดินของโจทก์ทั้ง 2 แปลง โดยมีถนนลูกรังพาดผ่านด้านบนสุดของที่ดินของโจทก์ทั้ง 2 แปลง, ที่ดินของจำเลยและที่ดินของนายวิชัย โสภณกนกรัฐกุล เพื่อจะไปเชื่อมต่อกับถนนคลองชลประทานด้านติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 6722 ของโจทก์ และด้านติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ถนนลูกรังพิพาทซึ่งพาดผ่านตอนบนสุดของที่ดินของโจทก์ 2 แปลง, ที่ดินของจำเลย และที่ดินของนายวิชัยเป็นทางภาระจำยอมหรือทางจำเป็นหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ยอมรับว่ามีข้อตกลงกับจำเลยว่าต่างฝ่ายต่างยอมให้อาศัยใช้ทางพิพาทดังกล่าวเข้าออกสู่ถนนคลองชลประทานได้เป็นการเอื้อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ภายหลังโจทก์ทำประตูกั้นเปิดปิดในที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 7622 ทำให้จำเลยเข้าออกไม่สะดวก ซึ่งเกิดทะเลาะโต้เถียงกัน จำเลยจึงไปซื้อที่ดินของนายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งติดอยู่กับที่ดินของจำเลยทางด้านทิศตะวันออกทำถนนไปสู่ถนนคลองชลประทาน ส่วนที่ดินของโจทก์แปลงโฉนดเลขที่ 6722 สามารถออกไปสู่ถนนคลองชลประทานได้เพราะติดกับถนนคลองชลประทานอยู่แล้ว สำหรับที่ดินของโจทก์แปลงโฉนดเลขที่ 15673 ก็สามารถออกไปสู่ถนนคลองชลประทานอีกด้านหนึ่งโดยผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย ซึ่งนายวิชัยก็มาเบิกความยินยอมให้โจทก์ผ่านทางออกไปสู่ถนนคลองชลประทานได้โดยไม่ขัดข้อง เช่นนี้ ทางพิพาทจึงไม่เป็นภาระจำยอมระหว่างโจทก์จำเลยเพราะต่างคนต่างยอมให้ผ่านในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการยอมให้ผ่านทางพิพาทโดยถือวิสาสะซึ่งกันและกันนั่นเอง ส่วนจะเป็นทางจำเป็นหรือไม่นั้น เห็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ไม่ได้ถูกปิดล้อมโดยที่ดินโฉนดเลขที่ 15671 ของจำเลย แต่ถูกปิดล้อมโดยที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย เพราะที่ดินตามโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์จะผ่านไปสู่ถนนคลองชลประทานระยะทางที่ใกล้ที่สุดก็คือผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย ดังนั้นทางพิพาทช่วงระยะที่ดินของจำเลยตามโฉนดเลขที่ 15671 จึงไม่เป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินของโจทก์ ตามโฉนดเลขที่ 15673 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าทางพิพาทในกรณีนี้ไม่เป็นทั้งทางภาระจำยอมและทางจำเป็นนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8391/2549 นายสายบัว กระจ่างศรี โจทก์ นายศิลปชัย อิศราวุธพงษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสายบัว กระจ่างศรี · จำเลย - นายศิลปชัย อิศราวุธพงษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ณรงค์พล ทองจีน · สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · สิริรัตน์ จันทรา
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 4415/2528ฎีกา 9248/2544ฎีกา 536/2536ฎีกา 789/2544ฎีกา 5605/2539ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 404/2507ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1095/2473ฎีกา 1828/2523ฎีกา 389/2541ฎีกา 113/2504ฎีกา 4564/2543ฎีกา 6369/2550ฎีกา 6847/2539ฎีกา 283-284/2524ฎีกา 7828/2547ฎีกา 402/2548ฎีกา 601/2537ฎีกา 5553/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ