⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1876/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1876/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้โอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ผู้มีสิทธิได้รับโอนย่อมมีสิทธิที่จะจดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นก่อนเจ้าหนี้อื่นที่เพียงแต่ยึดอสังหาริมทรัพย์ไว้เพื่อบังคับคดี

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 คดีถึงที่สุดแล้ว แม้กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังไม่ได้เปลี่ยนมือและยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องก็ตาม แต่เมื่อผู้ร้องได้สิทธิที่จะจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงนี้โดยผลแห่งคำพิพากษาคดีที่ผู้ร้องฟ้องจำเลยให้โอนที่ดินให้ซึ่งถึงที่สุดแล้วเช่นนี้ ผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะจดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินนี้ก่อนโจทก์ ซึ่งเพียงแต่ยึดที่ดินแปลงนี้ไว้เพื่อบังคับคดีเท่านั้น ผู้ร้องย่อมจะขอให้เพิกถอนการยึดของโจทก์ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1300 เช่นกัน กรณีต่างกับมาตรา 1299 ซึ่งเป็นเรื่องของการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิซึ่งยังไม่บริบูรณ์จนกว่าจะได้จดทะเบียนทรัพยสิทธินั้น ๆ แล้ว สิทธิของผู้ร้องดังกล่าวเป็นทรัพยสิทธิที่สามารถใช้ยันโจทก์ได้ และปรากฏว่าหลังจากศาลชั้นต้นแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวมีคำพิพากษาบังคับให้จำเลยที่ 1 ไปโอนที่ดินให้ผู้ร้อง ผู้ร้องได้ให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามและยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 เพื่อฟ้องบังคับให้โอนที่ดินตามหนังสือท้ายสัญญาหย่า ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องปล่อยปละละเลยมิได้ดำเนินการเพื่อให้มีการจดทะเบียนการได้มา อีกทั้งกฎหมายก็มิได้บังคับไว้ว่าต้องจดทะเบียนโอนกันภายในระยะเวลาใด โจทก์จะบังคับยึดที่ดินดังกล่าวอันเป็นการกระทบกระทั่งสิทธิของผู้ร้องซึ่งมีอยู่ก่อนแล้วไม่ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287 ผู้ร้องมีสิทธิขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินพิพาทดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 1,323,736.14 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 44218 ตำบลแสลง อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า ผู้ร้องเคยเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 ต่อมาจดทะเบียนหย่ากันโดยมีข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินว่า จำเลยที่ 1 ยกที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องแต่ยังไม่ได้ไปจดทะเบียนโอนที่ดินให้ ต่อมาศาลชั้นต้นแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความบังคับให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้องภายในวันที่ 20 มกราคม 2546 หากจำเลยที่ 1 ไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หลังจากนั้นผู้ร้องได้ไปดำเนินการขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงพิพาท แต่เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดจันทบุรีมีหนังสือแจ้งอายัดไว้ การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์พิพาทดังกล่าวของผู้ร้องย่อมกระทบกระทั่งสิทธิของผู้ร้อง ขอให้เพิกถอนคำสั่งและปล่อยทรัพย์ โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องได้ที่ดินพิพาทมาตามสัญญาหย่า เป็นการได้มาโดยทางนิติกรรม สิทธิของผู้ร้องยังไม่สมบูรณ์เพราะไม่ได้จดทะเบียนการได้มาต่อเจ้าพนักงานไม่อาจยกขึ้นต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่กระทำการโดยสุจริต คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความของศาลชั้นต้นแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวที่บังคับให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้องไม่ผูกพันโจทก์เพราะไม่ได้เป็นคู่ความในคดี อีกทั้งสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวทำขึ้นหลังจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทแล้ว ผู้ร้องกระทำการโดยฉ้อฉลและใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 44218 ตำบลแสลง อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ให้คืนค่าขึ้นศาล (จำนวน 200 บาท และจำนวน 9,577.50 บาท ตามใบเสร็จรับเงินฉบับลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2546 และวันที่ 30 มิถุนายน 2546) ให้แก่ผู้ร้อง ให้ผู้ร้องชำระ "ค่าคำร้องและคำร้องขอแก้ไขคำร้อง" (รวม 2 ฉบับ เป็นเงิน 40 บาท) แทน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า สิทธิของผู้ร้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ใช้ยันโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ได้หรือไม่ เห็นว่า ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้อง หากจำเลยที่ 1 ไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 คดีถึงที่สุดแล้ว แม้กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังไม่ได้เปลี่ยนมือและยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องก็ตาม แต่เมื่อผู้ร้องได้สิทธิที่จะจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงนี้โดยผลแห่งคำพิพากษาคดีที่ผู้ร้องฟ้องจำเลยให้โอนที่ดินให้ซึ่งถึงที่สุดแล้วเช่นนี้ ผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะจดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินนี้ก่อนโจทก์ ซึ่งเพียงแต่ยึดที่ดินแปลงนี้ไว้เพื่อบังคับคดีเท่านั้น ผู้ร้องย่อมจะขอให้เพิกถอนการยึดของโจทก์ได้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 เช่นกัน กรณีต่างกับมาตรา 1299 ซึ่งเป็นเรื่องของการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิซึ่งยังไม่บริบูรณ์จนกว่าจะได้จดทะเบียนทรัพยสิทธินั้น ๆ แล้ว สิทธิของผู้ร้องดังกล่าวเป็นทรัพยสิทธิที่สามารถใช้ยันโจทก์ได้และปรากฏว่าหลังจากศาลชั้นต้นแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวมีคำพิพากษาบังคับให้จำเลยที่ 1 ไปโอนที่ดินให้ผู้ร้อง ผู้ร้องได้ให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามและยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 เพื่อฟ้องบังคับให้โอนที่ดินตามหนังสือท้ายสัญญาหย่า ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องปล่อยปละละเลยมิได้ดำเนินการเพื่อให้มีการจดทะเบียนการได้มา อีกทั้งกฎหมายก็มิได้บังคับไว้ว่าต้องจดทะเบียนโอนกันภายในระยะเวลาใด โจทก์จะบังคับยึดที่ดินดังกล่าวอันเป็นการกระทบกระทั่งสิทธิของผู้ร้องซึ่งมีอยู่ก่อนแล้วไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ผู้ร้องมีสิทธิขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินพิพาทดังกล่าวได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ในขณะที่จำเลยที่ 1 กู้เงินจากธนาคารโจทก์ ผู้ร้องยังเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย รู้เห็นในการทำหนี้ไว้นั้น เห็นว่า ฎีกาข้อนี้ของโจทก์เป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1876/2550 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางกัญญาหรือสุชญา ฉากเขียน หรือพชระโภคิน ผู้ร้อง นายสมชาย ฉากเขียน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - นางกัญญาหรือสุชญา ฉากเขียน หรือพชระโภคิน · จำเลย - นายสมชาย ฉากเขียน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 3745/2530ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 7927/2538ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4832/2536ฎีกา 1141/2540ฎีกา 1658/2534ฎีกา 1008/2510ฎีกา 6663/2538ฎีกา 3655/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ