⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3611/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยต้องรับผิดเฉพาะผลการกระทำของตนเองเท่านั้น หากไม่ได้สมคบกระทำการร่วมกับผู้อื่น

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายและ ว. ไปเที่ยวงานวัด แต่การจราจรติดขัด ว. จอดรถจักรยานยนต์รออยู่บนถนน ขณะเดียวกัน ณ. วิ่งมาต่อยหน้าผู้เสียหาย 1 ครั้ง ผู้เสียหายวิ่งหนีจำเลย น. และ ย. วิ่งไล่ตาม ณ. ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด ผู้เสียหายวิ่งไปได้ 30 เมตรก็หมดแรงล้มลง จำเลย ณ. น. และ ย. เข้าไปรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหาย ผู้เสียหายยกมือทั้งสองข้างกันไว้ จึงถูกคมมีด พวกจำเลยรุมเตะผู้เสียหาย แต่มีคนช่วยผู้เสียหายหลบหนีไปได้ ดังนั้น การที่ผู้เสียหายไปเที่ยวงานวัดแล้วพบ ณ. กับจำเลยและพวกนั้นน่าจะเป็นเหตุบังเอิญ และที่ ณ. เข้าไปชกทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทันทีและต่อมาก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายนั้นเป็นการกระทำและตัดสินใจของ ณ. โดยลำพัง ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้สมคบกระทำการดังกล่าวกับ ณ. จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในผลการกระทำดังกล่าวร่วมกับ ณ. แต่จำเลยต้องรับผิดเฉพาะผลการกระทำของตน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) จำคุก 1 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เบื้องต้นว่า วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง นายณัฐพลหรือดิ้น ทับทิมทอง จำเลยคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2065/2546 ของศาลชั้นต้น ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายณัฐพลมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย มีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนโดยฝ่าฝืนกฎหมาย คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าว ส่วนจำเลยใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องจำเลยสำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนและฐานพาอาวุธปืน โจทก์ไม่ฎีกาในส่วนนี้ ความผิดฐานดังกล่าวจึงยุติ คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายณรงค์ศักดิ์ โคมทอง ผู้เสียหายและนายวิสูตร เพ็งรัศมี เป็นพยานเบิกความว่า วันเกิดเหตุผู้เสียหายและนายวิสูตรไปเที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์ที่วัดดอนกระเบื้อง แต่ไปยังไม่ถึงวัด เพราะมีคนเล่นสาดน้ำสงกรานต์บนถนนทำให้การจราจรติดขัด นายวิสูตรจอดรถจักรยานยนต์รอ ขณะเดียวกันนายณัฐพลวิ่งมาต่อยหน้าผู้เสียหาย 1 ครั้ง ผู้เสียหายวิ่งหนีจำเลย นายนุและนายนัยวิ่งไล่ตาม นายณัฐพลใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด ผู้เสียหายวิ่งไปได้ 30 เมตร ก็หมดแรงล้มลง จำเลย นายณัฐพล นายนุ และนายนัยเข้าไปรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหาย ผู้เสียหายยกมือทั้งสองข้างกันไว้ จึงถูกคมมีด พวกจำเลยรุมเตะผู้เสียหาย ผู้เสียหายวิ่งหนีไปได้ประมาณ 30 เมตร มีคนขับรถบรรทุกหกล้อพาผู้เสียหายหลบหนีได้ เห็นว่า การที่ผู้เสียหายไปเที่ยวงานสงกรานต์แล้วพบนายณัฐพลกับจำเลยและพวกนั้นน่าจะเป็นเหตุบังเอิญ การที่นายณัฐพลเข้าไปชกทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทันทีและต่อมานายณัฐพลก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายน่าเชื่อว่าเป็นการกระทำและตัดสินใจของนายณัฐพลโดยลำพังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้สมคบกระทำการดังกล่าวกับนายณัฐพล ดังนั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในผลการกระทำดังกล่าวร่วมกับนายณัฐพล แต่จำเลยต้องรับผิดเฉพาะผลการกระทำของตนที่ใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2550 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นายมานิตหรือนิต อยู่พ่วง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี · จำเลย - นายมานิตหรือนิต อยู่พ่วง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม วีรวงศ์ · พีรพล พิชยวัฒน์ · ฐานันท์ วรรณโกวิท
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 3578/2531ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 635/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ