⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 444/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากคำฟ้องโจทก์มิได้ระบุวันที่หรือเวลาที่จำเลยกระทำความผิด แต่ได้แนบเอกสารที่ระบุวันเวลาดังกล่าวไว้ และจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีจนให้การรับสารภาพ คำฟ้องโจทก์ย่อมสมบูรณ์ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) บัญญัติให้ฟ้องต้องมีการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ พอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี แม้คำฟ้องของคดีนี้โจทก์มิได้ระบุถึงวันที่หรือเวลาที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิด แต่ในตอนท้ายของคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายว่า พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอผัดฟ้องและฝากขังจำเลยไว้ต่อศาลนี้แล้ว โดยได้แนบคำให้การจำเลยในชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยให้การถึงวัน เวลา ที่จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนตามคำร้องซึ่งพออนุโลมได้ว่าเป็นส่วนประกอบของคำฟ้องเมื่อปรากฏว่าในสำนวนคดีอาญาซึ่งติดอยู่ตอนหน้าของสำนวนคดีนี้นั้น ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนที่ขอผัดฟ้องและฝากขังจำเลยในขณะเป็นผู้ต้องหา ได้ระบุวัน เวลา ที่เจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจพบผู้ต้องหา จึงได้นำตัวมาตรวจปัสสาวะ ผลการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหากับสารเคมีให้ผลเป็นสีม่วงซึ่งจำเลยไม่ค้าน จำเลยย่อมจะเข้าใจได้ดีว่าวันที่หรือเวลาที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดคือเมื่อใด จึงให้การรับสารภาพ คำฟ้องของโจทก์ย่อมสมบูรณ์ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันเวลาใดไม่ทราบแน่ชัด จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ด้วยวิธีสูบเข้าสู่ร่างกายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 91 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2545 ของศาลจังหวัดอุดรธานี จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91 ลงโทษจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2545 ของศาลจังหวัดอุดรธานี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์บรรยายฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คดีนี้โจทก์ยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือโดยบรรยายฟ้องว่า เมื่อวันเวลาใดไม่ทราบแน่ชัด จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ด้วยวิธีสูบเข้าสู่ร่างกาย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ต่อมาวันที่ 26 มกราคม 2547 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้นำส่งพนักงานสอบสวน เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) บัญญัติให้ฟ้องต้องมีการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆ พอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี แม้คำฟ้องของโจทก์คดีนี้มิได้ระบุถึงวันที่หรือเวลาที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิด แต่ในตอนท้ายของคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายว่า พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอผัดฟ้องและฝากขังจำเลยไว้ต่อศาลนี้แล้ว โดยได้แนบคำให้การจำเลยในชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยได้ให้การว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2547 เวลา 18 นาฬิกา จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลยจำนวน 1 เม็ด ฯลฯ ตามคำร้องที่ ผ.28/2547 ซึ่งพออนุโลมได้ว่าเป็นส่วนประกอบของคำฟ้อง เมื่อปรากฏว่าในสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ ผ.28/2547 ซึ่งติดอยู่ตอนหน้าของสำนวนคดีนี้นั้น ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองอุดรธานีที่ขอผัดฟ้องและฝากขังจำเลยในขณะเป็นผู้ต้องหาได้ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2547 เวลา 16.30 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจพบผู้ต้องหาจึงได้นำตัวมาตรวจปัสสาวะ ผลการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหากับสารเคมีให้ผลเป็นสีม่วง ซึ่งจำเลยไม่ค้าน จำเลยย่อมจะเข้าใจได้ดีว่าวันที่หรือเวลาที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดคือเมื่อใด จึงให้การรับสารภาพ ดังนี้ คำฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์และพิพากษากลับให้ยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลย กรณีจึงเป็นการจำเป็นที่จะต้องให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ทำการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบด้วยมาตรา 225" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2550 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงอุดรธานี โจทก์ นายเอกรัตน์ แต้มกลาง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงอุดรธานี · จำเลย - นายเอกรัตน์ แต้มกลาง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม วีรวงศ์ · พีรพล พิชยวัฒน์ · ฐานันท์ วรรณโกวิท
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ