คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6628/2550
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแบ่งแยกการครอบครองที่ดินตามใบจอง (น.ส.2) โดยตกลงกันเป็นส่วนสัด แม้จะเลิกร้างกันแล้ว หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิครอบครองในที่ดินส่วนที่แบ่งไปนั้น ชอบที่จะไปฟ้องเป็นคดีใหม่ต่างหาก ไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาคัดค้านการเป็นผู้จัดการมรดกได้
ย่อคำพิพากษา
การที่ผู้คัดค้านที่ 1 อ้างว่าที่ดินตามใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 342 ซึ่งผู้คัดค้านที่ 1 และผู้ตายเป็นเจ้าของร่วมกัน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 เลิกร้างกับผู้ตายแล้วได้แบ่งแยกการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดโดยผู้คัดค้านที่ 1 มีสิทธิครอบครองเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินในส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 1 มีสิทธิครอบครองนี้ไม่ใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 จึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายที่จะมาร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย หากผู้คัดค้านที่ 1 มีข้อโต้แย้งอย่างใดหรือผู้ร้องได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินตามใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 342 ดังกล่าวอันเป็นการกระทบกระเทือนต่อสิทธิครอบครองของผู้คัดค้านที่ 1 ตามคำร้องขอ ก็ชอบที่จะไปฟ้องเป็นคดีใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายมิ งดงาม ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายบ่าว หาดเนิน ผู้ตาย เฉพาะที่ดินตามใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 342 เล่ม 2 หน้า 129 หมู่ที่ 5 ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่
ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอขอให้มีคำสั่งเพิกถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเฉพาะส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 1 มีสิทธิครอบครอง
ผู้คัดค้านที่ 2 ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้านทั้งสอง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดไต่สวนและพิพากษายกคำคัดค้าน (ที่ถูกควรเป็นคำร้องขอ) ของผู้คัดค้านทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ ตามคำร้องขอของผู้คัดค้านที่ 1 อ้างว่า ผู้คัดค้านที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสตั้งแต่ปี 2500 ถึงปี 2514 ระหว่างอยู่กินร่วมกันได้หักร้างถางพงและจับจองที่ดิน 1 แปลง คือที่ดินตามใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 342 ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายในที่ดินแปลงดังกล่าว ปี 2514 ผู้คัดค้านที่ 1 และผู้ตายเลิกร้างกัน และตกลงแบ่งที่ดินตามใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 342 ดังกล่าว โดยผู้คัดค้านที่ 1 ได้ที่ดินเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินส่วนของผู้คัดค้านที่ 1 ตลอดมา ดังนี้เห็นว่า ที่ผู้คัดค้านที่ 1 อ้างว่าที่ดินตามใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 342 ซึ่งผู้คัดค้านที่ 1 และผู้ตายเป็นเจ้าของร่วมกัน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 เลิกร้างกับผู้ตายแล้วได้แบ่งแยกการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดโดยผู้คัดค้านที่ 1 มีสิทธิครอบครองเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งที่ดินในส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 1 มีสิทธิครอบครองนี้ไม่ใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 จึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายที่จะมาร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย หากผู้คัดค้านที่ 1 มีข้อโต้แย้งอย่างใดหรือผู้ร้องได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินตามใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 342 ดังกล่าว อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อสิทธิครอบครองของผู้คัดค้านที่ 1 ตามคำร้องขอ ก็ชอบที่จะไปฟ้องเป็นคดีใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6628/2550
นายมิ งดงาม ผู้ร้อง
นางสีม๊ะ สูน่าหู กับพวก ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายมิ งดงาม · ผู้คัดค้าน - นางสีม๊ะ สูน่าหู กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชาลี ทัพภวิมล · สมศักดิ์ จันทรา · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสตูล - นายวิชัย แสงพลสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสมเกียรติ ตั้งสกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา