⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9061/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9061/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาให้ถูกต้องในรายละเอียดที่คลาดเคลื่อนได้ แม้จะอยู่ในชั้นบังคับคดี หากการแก้ไขนั้นไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาหรือเป็นการบังคับคดีนอกเหนือไปจากคำพิพากษา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขอแก้ไขคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับเลขโฉนดที่ดิน เมื่อตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน สำเนาโฉนดที่ดินและสำเนาหนังสือของสำนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นเอกสารท้ายฟ้องระบุชัดเจนว่า ที่ดินของโจทก์คือที่ดินโฉนดเลขที่ 82489 หาใช่ที่ดินโฉนดเลขที่ 82498 ดังที่โจทก์กล่าวฟ้องและในคำขอท้ายฟ้อง การที่โจทก์ขอแก้ไขคำพิพากษาในส่วนเลขโฉนดจากเลขที่ 82498 เป็นเลขที่ 82489 จึงเป็นการขอแก้ไขในรายละเอียดให้ชัดเจนถูกต้องตรงกับความเป็นจริง แม้จะอยู่ในชั้นบังคับคดีก็มิได้เป็นการเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาหรือเป็นการบังคับคดีนอกเหนือไปจากคำพิพากษาแต่อย่างใด ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 82498 ระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฉบับลงวันที่ 26 สิงหาคม 2541 แล้วลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดดังกล่าวโดยปลอดจากภาระใดๆ ตามเดิม กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนต้นฉบับโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ภายใน 7 วัน นับแต่ที่ศาลมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 82498 เลขที่ดิน 274 โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบต้นฉบับโฉนดที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ภายใน 7 วัน นับแต่วันมีคำพิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ระหว่างพิจารณาคดีของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่กรรม นางเหมทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาพิพากษายืน ชั้นบังคับคดี โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นยกคำร้องโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาว่า จำเลยทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี หลังจากนั้นโจทก์ไปดำเนินการขอเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ จึงพบว่าเลขโฉนดที่ดินที่ระบุในคำพิพากษาและในหมายบังคับคดีกับเลขโฉนดที่ดินที่ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองรายนี้ไม่ตรงกัน โดยเลขโฉนดที่ดินที่ระบุในคำพิพากษาและในหมายบังคับคดีระบุหมายเลขโฉนดว่า โฉนดที่ดินเลขที่ 82498 แต่หมายเลขโฉนดที่ดินที่ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 82489 ซึ่งหมายเลขโฉนดที่ดินที่ถูกต้องคือโฉนดที่ดินเลขที่ 82489 จึงขอให้ศาลฎีกาแก้ไขเลขโฉนดที่ดินในคำพิพากษา คำบังคับ และหมายบังคับคดีจากที่ดินโฉนดเลขที่ 82498 เป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 82489 ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 82498 เลขที่ 274 โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบต้นฉบับโฉนดที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ภายใน 7 วัน นับแต่วันมีคำพิพากษา กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 3 และศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5927/2548 ในชั้นบังคับคดีโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเลขโฉนดที่ดินในคำพิพากษา คำบังคับ และหมายบังคับคดี จากเลขที่ 82498 เป็นเลขที่ 82489 มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้แก้ไขเลขที่โฉนดที่ดินตามคำขอของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ระบุว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมหนังสือมอบอำนาจ ฉบับลงวันที่ 26 สิงหาคม 2541 ว่า โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมจดทะเบียนจำนองที่ดินของโจทก์ตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน สำเนาโฉนดที่ดิน และสำเนาหนังสือของสำนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งโจทก์ส่งเป็นเอกสารทุกฉบับดังกล่าวระบุชัดเจนว่า ที่ดินของโจทก์คือที่ดินโฉนดเลขที่ 82489 เลขที่ดิน 274 หาใช่ที่ดินโฉนดเลขที่ 82498 ดังที่โจทก์กล่าวในฟ้องและคำขอท้ายฟ้องไม่ ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ก็รับว่า จำเลยที่ 2 รับจำนองที่ดินของโจทก์จากจำเลยที่ 1 จริง เพียงแต่อ้างว่าเป็นการรับจำนองโดยเสียค่าตอนแทนและโดยสุจริตเท่านั้น จำเลยที่ 2 มิได้ให้การปฏิเสธว่าที่ดินที่รับจำนองไว้เป็นที่ดินแปลงอื่น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า เมื่อที่ดินโฉนดเลขที่ 82498 ตามที่โจทก์กล่าวในคำฟ้อง คำขอท้ายฟ้อง และที่ศาลพิพากษากับที่ดินโฉนดเลขที่ 82489 ตามที่โจทก์ขอแก้ไขคำพิพากษานั้นเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ดังนั้น การที่โจทก์ขอแก้ไขเลขที่โฉนดจากเลขที่ 82498 เป็นเลขที่ 82489 จึงเป็นการขอแก้ไขในรายละเอียดให้ชัดเจนถูกต้องตรงกับความเป็นจริง แม้จะอยู่ในชั้นบังคับคดีแต่ก็มิได้เป็นการเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาหรือเป็นการบังคับคดีนอกเหนือไปจากคำพิพากษาแต่อย่างใด ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143" อาศัยเหตุดังวินิจฉัยข้างต้น จึงมีคำสั่งให้แก้ไขเลขโฉนดที่ดินในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5927/2548 ทุกแห่ง จากเลขที่ 82498 เป็นเลขที่ 82489 นอกจากที่แก้ไขคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับเดิม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9061/2550 นายอี ใจดี โดย นางเหม ใจดี ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นางสมใจ แก้วกาญจน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอี ใจดี โดย นางเหม ใจดีผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นางสมใจ แก้วกาญจน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · บุญรอด ตันประเสริฐ · สนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5384/2538ฎีกา 9421/2553ฎีกา 2227/2542ฎีกา 84/2524ฎีกา 2701/2537ฎีกา 196/2535ฎีกา 8688/2551ฎีกา 2039/2520ฎีกา 1767/2536ฎีกา 9376/2539ฎีกา 1734/2506ฎีกา 58/2491ฎีกา 258/2525ฎีกา 6210/2534ฎีกา 102/2535ฎีกา 5461/2541ฎีกา 1290/2529ฎีกา 955/2536ฎีกา 4794/2534ฎีกา 6088/2551ฎีกา 7066/2539ฎีกา 6866/2552ฎีกา 267/2495ฎีกา 533/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ