⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5817/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5817/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อครอบครองใช้สอยทรัพย์สินของตนตามกฎหมาย ไม่อาจฟังได้ว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เว้นแต่จะมีการใช้สิทธิเกินขอบเขตแห่งกฎหมาย หรือมีเจตนาประสงค์ร้าย. การที่บุคคลได้ทรัพย์สินเพิ่มพูนขึ้นโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ ถือเป็นลาภมิควรได้ และต้องชดใช้คืน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทเพื่อปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัย ก็ย่อมจำเป็นต้องถมดินเพื่อปรับระดับพื้นให้สูงพ้นจากน้ำท่วม อันเป็นการกระทำเพื่อครอบครองใช้สอยที่ดินพิพาทของตนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 แม้ว่าขณะนั้นโจทก์ทั้งสองทราบอยู่แล้วว่า จำเลยกำลังร้องขอต่อคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อขอซื้อที่ดินพิพาทกับได้ฟ้องร้องต่อโจทก์ทั้งสอง แต่ก็ยังมิได้มีผลแพ้ชนะกันออกมา ดังนั้น การที่โจทก์ทั้งสองถมดินในที่ดินพิพาทเพื่อประโยชน์ในการใช้สอยที่ดินของตน จึงไม่อาจฟังได้ว่า เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เมื่อจำเลยรับโอนที่ดินพิพาทมาในราคาเดียวกับราคาที่โจทก์ทั้งสองซื้อมา จำเลยจึงได้ดินถมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการถมดิน และได้มูลค่าที่ดินพิพาทเพิ่มขึ้นจากเดิมเมื่อเทียบกับราคาที่ดินพิพาทที่ยังไม่ได้ถม ดินถมดังกล่าวและมูลค่าที่ดินพิพาทที่เพิ่มขึ้นนั้น ถือว่าเป็นการเพิ่มพูนกองทรัพย์สินของจำเลย จึงเป็นทรัพย์สิ่งใดที่จำเลยได้มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ เป็นลาภมิควรได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 406 จำเลยจึงต้องชดใช้ราคาที่ดินที่โจทก์ทั้งสองถมที่ดินไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ราคาดินที่โจทก์ทั้งสองถมไปบนที่ดินแปลงดังกล่าวจำนวน 400 คันรถบรรทุก ในราคาคันละ 550 บาท รวมเป็นเงิน 220,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสองแทนการขุดตักดินออกจากที่ดินแปลงดังกล่าวของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ที่ 2 ถึงแก่กรรม นางสำเภา โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 200,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามที่โจทก์ทั้งสองชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นคู่ความแทนโจทก์ที่ 2 ถึงแก่กรรม นายบุญช่วยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ทั้งสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 100,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เห็นสมควรให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่ดินพิพาทเดิมมีสภาพเป็นที่ราบลุ่มใช้ทำนา โจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทเพื่อปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยก็ย่อมจำเป็นต้องถมดินเพื่อปรับระดับพื้นให้สูงพ้นจากน้ำท่วมอันเป็นการกระทำเพื่อครอบครองใช้สอยที่ดินพิพาทของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 แม้ว่าขณะนั้นจำเลยจะได้โต้แย้งไม่ให้ถมดิน และยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลกุฎี กับต่อมาได้ฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ แต่ก็ยังมิได้มีผลแพ้ชนะกันออกมา จึงไม่อาจยืนยันได้ว่าจำเลยจะเป็นฝ่ายชนะหรือไม่ ดังนั้นการที่โจทก์ทั้งสองถมดินในที่ดินพิพาทเพื่อประโยชน์ในการใช้สอยที่ดินของตนจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เมื่อจำเลยรับโอนที่ดินพิพาทมาในราคาเดียวกับราคาที่โจทก์ทั้งสองซื้อมาจากนางแป้งหอมแต่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้นำดินมาถมที่ดินพิพาทแล้ว จำเลยจึงได้ดินถมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการถมดินและได้มูลค่าที่ดินพิพาทเพิ่มขึ้นจากเดิมเมื่อเทียบกับราคาที่ดินพิพาทที่ยังไม่ได้ถม ดินถมดังกล่าวและมูลค่าที่ดินพิพาทที่เพิ่มขึ้นนั้นถือว่าเป็นการเพิ่มพูนกองทรัพย์สินของจำเลย จึงเป็นทรัพย์สิ่งใดที่จำเลยได้มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ เป็นลาภมิควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406 และต้องคืนให้แก่โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5817/2551 นางสำเภา ชมจำปี โดยนายบุญช่วย ชมจำปี ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก โจทก์ นางสำอางค์ ธงเงิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำเภา ชมจำปี โดยนายบุญช่วย ชมจำปีผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก · จำเลย - นางสำอางค์ ธงเงิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · พินิจ บุญชัด · พันวะสา บัวทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายวชิระ เนตรน้อย · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายรัถยา สัตยาบัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.571/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1111/2494ฎีกา 1608/2529ฎีกา 9091/2538ฎีกา 4590/2553ฎีกา 6607/2560ฎีกา 8755/2551ฎีกา 823/2548ฎีกา 2569/2521ฎีกา 2013/2531ฎีกา 299/2490ฎีกา 1061/2511ฎีกา 846/2481ฎีกา 3362/2537ฎีกา 663/2488ฎีกา 1008/2510ฎีกา 2564/2546ฎีกา 3940/2528ฎีกา 1631-1634/2508ฎีกา 2518/2517ฎีกา 8012/2568ฎีกา 1550/2479ฎีกา 1045/2496ฎีกา 775/2473ฎีกา 819/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา