⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3242/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3242/2524

ป.พ.พ. ม.391, 406, 456

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน แม้จำเลยจะได้ทรัพย์สินที่โจทก์นำมาถมไว้ในที่ดินโดยจำเลยรู้เห็นยินยอม โจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์สินนั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ใใช้ทราย ดินลูกรัง และดิน ถมลงในที่ดินที่โจทก์จะซื้อจากจำเลย โดยจำเลยรู้เห็นยินยอม อันเป็นการกระทำโดยสมัครใจของโจทก์ เพราะโจทก์เชื่อว่าตนจะไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญา ดังนี้ แม้จำเลยจะได้ทรัพย์ดังกล่าวมาในฐานลากมิควรได้ และจำเลยว่าถ้าโจทก์จะขุดเอาดินที่ถมในที่ดินก็ยอมให้ขุดเอาไปได้ก็ตาม แต่เมื่อต่อมาโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา และจำเลยได้บอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายแก่โจทก์โดยชอบแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยใช้ราคาทราย ดินลูกรัง และดินที่ถมไว้นั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงขายที่ดินให้แก่โจทก์ โจทก์วางมัดจำค่าที่ดินบางส่วนให้แก่จำเลย จำเลยตกลงว่าจะไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ภายหลัง และจำเลยอนุญาตให้โจทก์เข้าถมที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคาร โจทก์ได้ซื้อทราย ดินลูกรัง และดินนำไปถมในที่ดิน ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาจะซื้อขายให้จำเลยคืนเงินมัดจำและใช้ราคาทราย ดินลูกรัง และดินที่ถมลงในที่ดินของจำเลยซึ่งเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ แต่จำเลยเพิกเฉยจึงฟ้องให้จำเลยชำระเงินมัดจำค่าที่ดิน ค่าทราย ดินลูกรังดินถมที่ พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยทำหนังสือสัญญาจะขายที่นาจริงตามสัญญาดังกล่าวในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ โจทก์มีหน้าที่ต้องชำระราคาที่ดินแก่จำเลย ณ สำนักงานที่ดิน และจำเลยมีหน้าที่ต้องนำโฉนดไป ณ สำนักงานที่ดินเพื่อจดทะเบียนโอนขายให้แก่โจทก์ ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ จำเลยไปที่สำนักงานที่ดินตั้งแต่เวลา ๘.๓๐ นาฬิการออยู่จนถึงเวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา แต่โจทก์ไม่ไป โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยริบเงินมัดจำตามสัญญาและถือว่าเป็นการเลิกสัญญาต่อกันโจทก์ถมที่ดินที่ทำสัญญาจะซื้อขายกันโดยพลการและเป็นการกระทำโดยสมัครใจของโจทก์เอง จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบใช้แก่โจทก์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์มิได้ไปที่สำนักงานที่ดินในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ และเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยมีสิทธิริบเงินมัดจำ แม้โจทก์จะได้ใช้ทรายดินลูกรังและดินถมลงในที่ดินพิพาทที่โจทก์ประสงค์จะซื้อไว้โดยจำเลยรู้เห็นและยินยอมก็ตาม ก็เป็นการกระทำโดยสมัครใจของโจทก์ โดยในระยะนั้นโจทก์เชื่อว่าโจทก์จะไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญาแม้จำเลยจะได้ทรัพย์ดังกล่าวมาในฐานลาภมิควรได้ และจำเลยเบิกความว่าถ้าโจทก์ขุดเอาที่ดินที่ถมในที่ดินพิพาท จำเลยก็ยอมให้ขุดเอาไปได้เมื่อต่อมาโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา และจำเลยได้บอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์โดยชอบแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยใช้ราคาทราย ดินลูกรัง และดินที่ถมในที่ดินพิพาทแต่อย่างไร พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3242/2524 นายทนุ มานะไชยรักษ์ โจทก์ นายบุญรอด หลีศิลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทนุ มานะไชยรักษ์ · จำเลย - นายบุญรอด หลีศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · อำนวย อินทุภูติ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอภินย์ ปุษปาคม · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทิศ บุญชู
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2484/2516ฎีกา 1237/2522ฎีกา 484/2536ฎีกา 5284/2531ฎีกา 814/2490ฎีกา 2010/2500ฎีกา 704/2522ฎีกา 2560/2536ฎีกา 3454/2533ฎีกา 4062/2535ฎีกา 15846/2557ฎีกา 1195/2511ฎีกา 437/2518ฎีกา 5238/2542ฎีกา 265/2510ฎีกา 1001/2474ฎีกา 17/2491ฎีกา 1667/2535ฎีกา 3831/2537ฎีกา 3480/2529ฎีกา 1576/2525ฎีกา 1025/2487ฎีกา 857/2521ฎีกา 7705/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา