⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6455/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6455/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาถึงที่สุดในประเด็นว่าเป็นทางจำเป็นแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความตามกฎหมาย และไม่อาจนำประเด็นดังกล่าวมาฟ้องร้องหรือโต้แย้งกันใหม่ได้อีก

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนจำเลยฟ้องโจทก์ขอใช้ทางโดยระบุว่าเป็นทางจำเป็น คดีถึงที่สุดแล้วโดยศาลฟังว่าเป็นทางจำเป็น คำพิพากษาดังกล่าวจึงผูกพันโจทก์และจำเลยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่อาจกล่าวอ้างในภายหลังว่าเป็นทางภาระจำยอม คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระค่าทดแทนการใช้ทางจำเป็นแก่โจทก์ การที่จำเลยฟ้องแย้งว่าเป็นทางภาระจำยอม โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าเป็นทางภาระจำยอม จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ทั้งต้องฟังว่าที่ดินของโจทก์เป็นทางจำเป็น โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเงินค่าทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 25503 จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 32987 ถึง 32990 จำเลยเคยฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งขอให้เปิดที่ดินของโจทก์ตามโฉนดที่ดินดังกล่าวเป็นทางจำเป็น กว้าง 6 เมตร ยาว 200 เมตร และศาลชั้นต้นพิพากษาให้เป็นทางจำเป็น คดีถึงที่สุด โจทก์ขอคิดค่าทดแทนเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา (3 ธันวาคม 2539) ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน เป็นเงิน 180,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าทดแทนที่ดินแก่โจทก์ 180,000 บาท กับให้ใช้ค่าทดแทนที่ดินแก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะเลิกใช้ที่ดินโจทก์เป็นทางจำเป็น จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า นายนันทวัฒน์ บิดาโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 6175 โดยที่ดินแปลงดังกล่าวตกอยู่ในบังคับภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 32989 ถึง 32995 และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 25503 เป็นภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 33005, 32994 และ 32995 ทางภาระจำยอมบนที่ดินโฉนดเลขที่ 25503 เป็นทางที่เชื่อมต่อจากทางภาระจำยอมบนที่ดินโฉนดเลขที่ 6175 ดังนั้นที่ดินโฉนดเลขที่ 25503 ของโจทก์จึงตกเป็นทางภาระจำยอมของที่ดินจำเลยทั้ง 4 แปลง โจทก์จึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องและมีคำพิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 25503 เป็นทางภาระจำยอม โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมเพราะโจทก์ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินอันเป็นทางจำเป็นตามคำพิพากษา และคดีถึงที่สุดแล้ว ประกอบกับทางภาระจำยอมที่ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 6175 ของบิดาโจทก์นั้น เป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินของจำเลย ทั้งข้ออ้างที่ว่าที่ดินของโจทก์เป็นทางภาระจำยอมก็ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ โจทก์ไม่เคยยิมยอมให้ผู้ใดใช้ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าทดแทนการใช้ทางจำเป็น เดือนละ 4,000 บาท แก่โจทก์ นับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2539 เป็นต้นไป จนกว่าจะเลิกใช้ทางจำเป็น ยกฟ้องแย้งของจำเลยกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าทดแทนการใช้ทางจำเป็น เดือนละ 2,500 บาท แก่โจทก์ นับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2539 ไปจนกว่าจะเลิกใช้ทางจำเป็น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 9,000 บาท ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์เป็นพับ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกินจากทุนทรัพย์ 72,000 บาท ให้จำเลย โจทก์และจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีรับรองว่า ฎีกาของโจทก์มีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 25503 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน (ตลาดใหม่) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) เมื่อปี 2537 จำเลยยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2025/2539 ของศาลชั้นต้น ขอให้เปิดทางซึ่งอยู่บนที่ดินโฉนดดังกล่าวโดยอ้างว่าเป็นทางจำเป็น และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้เปิดทางจำเป็นบทที่ดินของโจทก์ คดีถึงที่สุดแล้วจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 32987 ถึง 32990 ซึ่งเป็นที่ดินที่นายนันทวัฒน์ บิดาโจทก์จัดสรรขาย จำเลยสร้างโรงงานผลิตกล่องกระดาษบนที่ดินดังกล่าวและใช้รถบรรทุกแล่นผ่านเข้าออกบนที่ดินของโจทก์ มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ทางบนที่ดินโฉนดเลขที่ 25503 ของโจทก์เป็นทางภาระจำยอมหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเคยยื่นฟ้องโจทก์ขอใช้ทางดังกล่าวโดยระบุข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าเป็นทางจำเป็น คดีถึงที่สุดแล้ว โดยศาลฟังว่าเป็นทางจำเป็นตามที่จำเลยยื่นฟ้อง คำพิพากษาดังกล่าวจึงผูกพันโจทก์และจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่อาจกล่าวอ้างในภายหลังว่าทางดังกล่าวเป็นทางภาระจำยอม การที่จำเลยฟ้องแย้งว่าเป็นทางภาระจำยอม จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ดังนั้น จึงต้องฟังว่าที่ดินของโจทก์เป็นทางจำเป็น โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเงินค่าทดแทน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์สมควรได้รับค่าทดแทนเดือนละ 4,000 บาท หรือไม่ เห็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 25503 ของโจทก์ตกเป็นทางภาระจำเลยของที่ดินอีกหลายแปลงมีสภาพเป็นทาง โจทก์ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 กำหนดค่าทดแทนให้แก่โจทก์เดือนละ 2,500 บาท เท่าที่จำเลยเคยเช่ากับโจทก์จึงเป็นจำนวนที่เหมาะสมแล้ว ฎีกาของโจทก์และจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ทุนทรัพย์พิพาทในชั้นฎีกาของโจทก์เป็นเงิน 27,000 บาท ค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเป็นเงิน 675 บาท แต่โจทก์เสียมา 1,800 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เหลือ 1,125 บาท แก่โจทก์" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 1,125 บาท แก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6455/2551 นางสาวกฤษณีย์ อุทุมพร โจทก์ นายพัฒนา เย็นประทีป จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวกฤษณีย์ อุทุมพร · จำเลย - นายพัฒนา เย็นประทีป
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย วัฒนโยธิน · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · กีรติ กาญจนรินทร์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 1768/2548ฎีกา 79/2501ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 404/2507ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 6369/2550ฎีกา 15617/2558ฎีกา 1370/2520ฎีกา 5007/2540ฎีกา 7631/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา