⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7872/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7872/2551

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.15, 66, 100 · ป.อาญา ม.29, 30

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปราบปรามยาเสพติดแก่เจ้าพนักงานตำรวจ เป็นเหตุให้ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ได้

ย่อคำพิพากษา

เหตุที่เจ้าพนักงานตำรวจไปจับจำเลยและพบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่บริเวณบ้านของจำเลยก็เพราะเจ้าพนักงานตำรวจจับ ส. ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 20 เม็ด ส. ให้การว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลย และจำเลยยังมีเมทแอมเฟตามีนอยู่ที่บ้าน เจ้าพนักงานตำรวจจึงไปจับจำเลยและพบเมทแอมเฟตามีน เมื่อเมทแอมเฟตามีนอยู่ภายในบริเวณบ้านของจำเลย และถูกฝังอยู่ใต้ดินในลักษณะมิดชิด ทั้งพยานโจทก์ก็ยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ขุดดินนำกล่องบรรจุเมทแอมเฟตามีนขึ้นมา จึงเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ฝังไว้ พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังได้มั่นคงว่า จำเลยกระทำความผิดจริง อย่างไรก็ตาม จำเลยให้การด้วยว่า นำเมทแอมเฟตามีนมาจาก ม. เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจไปจับ ม. และยึดได้เมทแอมเฟตามีนจำนวนมากถึง 20,200 เม็ดนับได้ว่าจำเลยให้ข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 100/2 ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำของกฎหมายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66, 100/1, 102 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคท้าย ให้จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับมิให้กักขังเกิน 2 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันที่ 1 ธันวาคม 2548 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา พันตำรวจโทแทน บุรีภักดี ดาบตำรวจกรุงไกร เจ้าพนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี กับพวกร่วมกันจับนายสวอง และยึดเมทแอมเฟตามีน 20 เม็ด เป็นของกลางได้ที่ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายสวองให้การว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวรับมาจากจำเลยและจำเลยยังมีเมทแอมเฟตามีนอีก 2,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ที่บ้าน รอส่งให้ลูกค้า ซึ่งอยู่จังหวัดอ่างทอง ในเวลา 9 นาฬิกา ดาบตำรวจกรุงไกร สิบตำรวจเอกพิทักษ์ และ พันตรำวจโทแทนกับพวกไปบ้านจำเลย ขุดพบกล่องใส่โทรศัพท์มือถือที่ฝังอยู่ในดินอยู่ในบริเวณบ้านจำเลย ภายในมีเมทแอมเฟตามีน 2,000 เม็ด แยกบรรจุในถุงพลาสติกสีฟ้าเข็ม ปากถุงมีที่กดเปิดปิด 10 ถุง ถุงละ 200 เม็ด แต่ละถุงมีเม็ดสีเขียว 2 เม็ด นอกนั้นเป็นเม็ดสีส้ม ถุงพลาสติกดังกล่าวห่อด้วยกระดาษสาชุบเทียนไข และใส่อยู่ในถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง ชั้นจับกุมทำบันทึกการจับกุมระบุว่าจำเลยให้การรับสารภาพว่า มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จากนั้นพันตำรวจโทแทนกับพวกจึงไปตรวจค้นบ้านนายมนู พบเมทแอมเฟตามีนอีก 20,200 เม็ด มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เหตุที่เจ้าพนักงานตำรวจไปจับจำเลยและพบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่บริเวณบ้านของจำเลยก็เพราะเจ้าพนักงานตำรวจจับนายสวองได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 20 เม็ด นายสวองให้การว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลย และจำเลยยังมีเมทแอมเฟตามีนอยู่ที่บ้าน เจ้าพนักงานตำรวจจึงไปจับจำเลยและพบเมทแอมเฟตามีนเมื่อเมทแอมเฟตามีนอยู่ภายในบริเวณบ้านของจำเลย และถูกฝังอยู่ใต้ดินในลักษณะมิดชิดทั้งพยานโจทก์ปากดาบตำรวจกรุงไกร และพันตำรวจโทแทนยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ขุดดินนำกล่องบรรจุเมทแอมเฟตามีนขึ้นมา น่าเชื่อว่าเป็นความจริงเพราะหากจำเลยมิได้ขุดดินบริเวณที่ฝังเมทแอมเฟตามีนไว้ เจ้าพนักงานตำรวจคงไม่ทราบ จึงเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ฝังไว้ พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังได้มั่นคงว่า จำเลยกระทำความผิดจริง ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อย่างไรก็ตามจำเลยให้การด้วยว่า นำเมทแอมเฟตามีนมาจากนายมนูเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจไปจับนายมนูและยึดได้เมทแอมเฟตามีนจำนวนมากถึง 20,200 เม็ด นับได้ว่าจำเลยให้ข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำของกฎหมายได้" พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 100/2 ให้จำคุก 25 ปี และปรับ 500,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับมิให้เกิน 2 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7872/2551 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายสมนึก โยมป้อม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - นายสมนึก โยมป้อม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย วัฒนโยธิน · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · กีรติ กาญจนรินทร์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13379/2555ฎีกา 2581/2548ฎีกา 6538/2562ฎีกา 7217/2544ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9647/2557ฎีกา 1854/2563ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1360/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2962/2523ฎีกา 512/2559ฎีกา 2920/2554ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 5048/2550ฎีกา 7149/2558ฎีกา 1872/2563ฎีกา 647/2563ฎีกา 5487/2548ฎีกา 5061/2561
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ