คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2022/2552
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องคดีใหม่โดยอาศัยเหตุแห่งสิทธิเดียวกันกับที่เคยฟ้องคดีก่อนและคดีถึงที่สุดแล้ว ถือเป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามมิให้ฟ้องคดีนั้นอีก
ย่อคำพิพากษา
ก่อนคดีนี้จำเลยทั้งสองเคยฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาท อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง โจทก์ให้การต่อสู้คดีว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่โจทก์กับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทพร้อมกับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสอง คดีถึงที่สุดแล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกโฉนดที่ดินทับที่ดินโจทก์ ขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขเนื้อที่ในโฉนดของจำเลย เมื่อคดีนี้และคดีก่อนเป็นคู่ความเดียวกัน การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ เช่นเดียวกับประเด็นพิพาทในคดีก่อน หากข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์จึงจะพิพากษาให้เพิกถอนและแก้ไขเนื้อที่ดินในโฉนดที่ดินตามฟ้องโจทก์ได้ ดังนี้ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความรื้อร้องฟ้องกันอีกตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองไปทำการเพิกถอนหรือแก้ไขเนื้อที่ที่ปรากฏในโฉนดที่ดินเลขที่ 12605 ของจำเลยทั้งสอง จากเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา เป็นเนื้อที่ 2 งาน และที่ปรากฏในโฉนดที่ดินเลขที่ 13133 ของโจทก์ จากเนื้อที่ 1 ไร่ 64 ตารางวา เป็นเนื้อที่ 2 ไร่ 44 ตารางวา
จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ถึงแก่ความตาย นางพัชราภรณ์ ทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนจำเลยทั้งสอง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 13133 จำเลยทั้งสองมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 12605 โดยที่ดินโจทก์ด้านทิศเหนือจดที่ดินจำเลยทั้งสองและที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวออกโฉนดที่ดินพร้อมกัน คือวันที่ 19 มีนาคม 2542 ก่อนคดีนี้จำเลยทั้งสองเคยฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินพิพาทเดียวกันกับคดีนี้ โจทก์ให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 13133 ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่โจทก์กับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทพร้อมกับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสอง คดีถึงที่สุดตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 246/2545 ของศาลชั้นต้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 246/2545 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า เมื่อคดีนี้และคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 246/2545 ของศาลชั้นต้นเป็นคู่ความเดียวกัน การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ เช่นเดียวกันกับประเด็นข้อพิพาทในคดีก่อน หากข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์จึงจะพิพากษาให้เพิกถอนและแก้ไขเนื้อที่ดินในโฉนดที่ดินตามฟ้องโจทก์ได้ ดังนี้ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความรื้อร้องฟ้องกันอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2022/2552
นางเปริม ขุนเดช โดยนางพัชราภรณ์ จันทร์ศรีบุตร
ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์
นางแดง หนูทรัพย์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเปริม ขุนเดช โดยนางพัชราภรณ์ จันทร์ศรีบุตรผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นางแดง หนูทรัพย์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · มนูพงศ์ รุจิกัณหะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปากพนัง - นางสาวเสมอแข เสนเนียน · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1805/2548 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา