⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2551/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2551/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้ว การสั่งอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าเป็นคู่ความแทนที่คู่ความฝ่ายที่ถึงแก่ความตาย อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาเท่านั้น การวินิจฉัยว่าการกระทำของลูกจ้างเป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าลูกจ้างได้กระทำการนั้นจริงหรือไม่ ก่อนที่จะวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลแรงงานกลางส่งสำเนาคำร้องที่ ร. ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์และไต่สวนคำร้องว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามคำร้องหรือไม่ ศาลแรงงานกลางดำเนินการตามคำสั่งศาลฎีกาแล้ว แต่มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ด้วยซึ่งเป็นการไม่ชอบ เพราะเมื่อมีการสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้ว การสั่งเรื่องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะอยู่ในอำนาจของศาลฎีกา จึงให้ยกคำสั่งศาลแรงงานกลางที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์เสีย แต่เนื่องจากมีการไต่สวนพยานหลักฐานแล้ว ได้ความว่าผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์และโจทก์ถึงแก่กรรมแล้วจึงอนุญาตให้ ร. ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะได้ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเพียงว่า ว. ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของจำเลยได้สอบสวนอย่างไร และวินิจฉัยว่าการที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ยักยอกเงินของเพื่อนพนักงานซึ่งจำเลยถือว่าโจทก์ทำผิดระเบียบของโรงแรมจำเลยนั้น การยักยอกเงินของเพื่อนพนักงานไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าเป็นความผิดร้ายแรงด้วย การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทันทีโดยโจทก์มิได้กระทำผิดร้ายแรง จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วย กฎหมาย อันมีความหมายว่า แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่า โจทก์ยักยอกเงินที่แขกทิปให้พนักงานก็ยังไม่ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง เท่ากับศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ชัดว่าโจทก์ได้กระทำการยักยอกเงินที่แขกทิปให้พนักงานหรือไม่ จึงยังไม่อาจนำข้อเท็จจริงในปัญหาเรื่องนี้ไปวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ เห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำของโจทก์ตามที่จำเลยให้การต่อสู้เสียก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้าง ตำแหน่งสุดท้ายผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสจ๊วต ต่อมาจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิด และจำเลยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ทำงานกับจำเลยครบ 10 ปีขึ้นไป เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 1,800,000 บาท จำเลยค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2547 เป็นค่าจ้าง 24,648.41 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 37,655 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 1,800,000 บาท ค่าจ้างค้างชำระ 24,648.41 บาท และค่าชดเชย 221,500 บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้อง เนื่องจากจำเลยได้รับแจ้งว่าโจทก์ยักยอกเงินของพนักงานซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานเป็นเวลา 10 ปี ติดต่อกัน ขณะจำเลยสอบสวนการกระทำของโจทก์ โจทก์ไม่ได้ทำงาน ขาดงานเกินกว่า 3 วัน โดยจำเลยยังไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ การกระทำของโจทก์ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรง เป็นการกระทำผิดหน้าที่ และเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 37,655 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 287,950 บาท ค่าจ้างที่ค้างชำระ 24,648.41 บาท และค่าชดเชย 221,500 บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่กรรม นางสุรัมภาหรือรวงทิพย์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาต ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลแรงงานกลางส่งสำเนาคำร้องที่นางสุรัมภาหรือรวงทิพย์ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ และไต่สวนคำร้องว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามคำร้องหรือไม่ ศาลแรงงานกลางดำเนินการตามคำสั่งศาลฎีกาแล้ว แต่มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ด้วย ซึ่งเป็นการไม่ชอบ เพราะเมื่อมีการสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้ว การสั่งเรื่องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะอยู่ในอำนาจของศาลฎีกา จึงให้ยกคำสั่งศาลแรงงานกลางที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์เสีย แต่เนื่องจากมีการไต่สวนพยานหลักฐานมาแล้ว ได้ความว่าผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ และโจทก์ถึงแก่กรรมแล้วจึงอนุญาตให้นางสุรัมภาหรือรวงทิพย์ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะได้ ตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางได้มีคำวินิจฉัยเพียงว่านายวรัญญูผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของจำเลยได้สอบสวนเรื่องนี้อย่างไรและวินิจฉัยในตอนท้ายว่าการที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ยักยอกเงินของเพื่อนพนักงานซึ่งจำเลยถือว่าโจทก์ทำผิดระเบียบของโรงแรมจำเลยนั้น การยักยอกเงินของเพื่อนพนักงานไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าเป็นความผิดร้ายแรงด้วย การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทันทีโดยโจทก์มิได้กระทำผิดร้ายแรง จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางดังกล่าวมีความหมายว่าแม้ข้อเท็จจริงฟังได้ตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่า โจทก์ยักยอกเงินที่แขกทิปให้พนักงานก็ยังไม่ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง เท่ากับศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ชัดว่าโจทก์ได้กระทำการยักยอกเงินที่แขกทิปให้พนักงานจริงดังที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้หรือไม่ จึงยังไม่อาจนำข้อเท็จจริงในปัญหาเรื่องนี้ไปวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของจำเลยได้ เห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำของโจทก์ตามที่จำเลยให้การต่อสู้เสียก่อน" พิพากษาแก้เป็นว่า ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางในส่วนที่ให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ ให้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในประเด็นว่าโจทก์ยักยอกเงินที่แขกทิปให้พนักงานของจำเลยหรือไม่ แล้วส่งสำนวนคืนศาลฎีกาโดยเร็ว แต่หากศาลแรงงานกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเป็นผลให้คำพิพากษาเปลี่ยนแปลงก็ให้ศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีใหม่ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2551/2552 นายอนุสรณ์ พรหมมัญ โจทก์ โดยนางสุรัมภาหรือรวงทิพย์ พรหมมัญ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน บริษัทสาธร พาร์ค จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอนุสรณ์ พรหมมัญ · จำเลย - โดยนางสุรัมภาหรือรวงทิพย์พรหมมัญ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนบริษัทสาธร พาร์ค จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · รัตน กองแก้ว
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7842/2547ฎีกา 2766/2528ฎีกา 4812/2550ฎีกา 127/2531ฎีกา 3355/2542ฎีกา 2431/2530ฎีกา 1716/2525ฎีกา 4309/2541ฎีกา 1987-2026/2558ฎีกา 3306/2524ฎีกา 2431-2432/2549ฎีกา 3653/2557ฎีกา 5177/2547ฎีกา 4531/2541ฎีกา 5128/2537ฎีกา 3044/2541ฎีกา 6502/2540ฎีกา 629-630/2532ฎีกา 5294/2542ฎีกา 18591-18632/2557ฎีกา 8133-8135/2538ฎีกา 2132/2542ฎีกา 905/2529ฎีกา 1043/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ