คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3040/2552
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การมีสิทธิถามค้านพยานโจทก์ได้ แต่หากจำเลยไม่ใช้สิทธิถามค้านในระหว่างการพิจารณา แม้จะมาศาล ก็ถือว่าจำเลยสละสิทธิ และไม่อาจนำเหตุที่มิได้ถามค้านมาอ้างเพื่อให้ยกเลิกกระบวนพิจารณาได้ในภายหลัง
ย่อคำพิพากษา
ป.วิ.พ. มาตรา 199 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การที่จะถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ในระหว่างสืบพยานได้ โดยจำเลยจะใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ ปรากฏว่าในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก โจทก์นำพยานเข้าสืบ 1 ปาก ไม่ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยซึ่งมาศาลขอใช้สิทธิถามค้าน กระทั่งในวันสืบพยานโจทก์ปากสุดท้าย จำเลยมาศาล แต่ไม่ใช้สิทธิถามค้าน เพราะในบันทึกคำพยานโจทก์ดังกล่าว มีข้อความว่า "ตอบจำเลยถามค้าน (ไม่ถาม)" ทั้งเมื่อศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า หมดพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษา จำเลยก็ไม่โต้แย้งกลับลงชื่อรับทราบ ถือว่าจำเลยไม่ใช้สิทธิถามค้านแล้ว จึงเอาเหตุที่มิได้ถามค้านดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในภายหลังว่า เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบเพื่อให้ศาลยกเลิกกระบวนพิจารณานั้นไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินในส่วนพื้นที่สีแดงตามรูปแผนที่ท้ายคำฟ้องเป็นของโจทก์ ให้จำเลยพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าว และให้เพิกถอนการออกโฉนดที่ดินเลขที่ 24823 ตำบลหนองหล่ม อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ของจำเลย
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินที่มีเครื่องหมายดอกจันในแผนที่พิพาททางด้านทิศตะวันตก เนื้อที่ 30 ตารางวา โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท (ที่ถูกคำขอนอกจากนี้ให้ยก)
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 600 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลชั้นต้นให้โอกาสจำเลยถามค้านตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรคสอง หรือไม่ และหากไม่ให้โอกาสจำเลยถามค้านแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องโดยไม่ต้องรอให้คู่ความโต้แย้งก่อนตามมาตรา 27 วรรคแรก หรือไม่ เห็นว่า มาตรา 199 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การที่จะถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ในระหว่างสืบพยานได้โดยจำเลยจะใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ ปรากฏว่าในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2544 โจทก์นำพยานเข้าสืบ 1 ปาก ไม่ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยซึ่งมาศาลขอใช้สิทธิถามค้าน กระทั่งในวันสืบพยานโจทก์ปากสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2545 จำเลยมาศาล แต่ไม่ใช้สิทธิถามค้านเพราะในบันทึกคำพยานโจทก์ดังกล่าว มีข้อความว่า "ตอบจำเลยถามค้าน (ไม่ถาม)"ทั้งเมื่อศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า หมดพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษาจำเลยก็ไม่โต้แย้งกลับลงชื่อรับทราบ ถือว่าจำเลยไม่ใช้สิทธิถามค้านแล้ว จึงเอาเหตุที่มิได้ถามค้านดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในภายหลังว่า เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบเพื่อให้ศาลยกเลิกกระบวนพิจารณานั้นไม่ได้ กรณีไม่มีประโยชน์ต้องวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบตามมาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือไม่อีก
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3040/2552
นางศรีลัย มะโนสม โจทก์
นายคำ สุริยาสม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางศรีลัย มะโนสม · จำเลย - นายคำ สุริยาสม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัปษร หิรัญบูรณะ · ฐานันท์ วรรณโกวิท · ชัยยันต์ ศุขโชติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำปาง - นายพงษ์เทพ รุ่งโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวีรวิทย์ สายสมบัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1937/2548 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา