⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 116/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ยกอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลภายนอก ถือเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก แม้การได้มาจะไม่บริบูรณ์ตามกฎหมาย แต่หากผู้รับประโยชน์ได้เข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นแล้ว ถือว่าผู้นั้นอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน และเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะบังคับคดีให้กระทบถึงสิทธิของผู้รับประโยชน์ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างจำเลยกับ ว. ที่ยกบ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้องและบุตรของจำเลยและ ว. อีก 3 คน เป็นผู้รับประโยชน์ จึงเป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1532 และสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภารยนอกตามาตรา 374 การที่ผู้ร้องเข้าถือเอาประโยชน์ตามข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นการได้มาโดยนิติกรรมซึ่งอสังหาริมทรัพย์ แม้จะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทำให้การได้มาไม่บริบูรณ์ตามมาตรา 1299 วรรคหนึ่ง แต่บ้านพิพาทตั้งอยู่บนที่สาธารณประโยชน์และผู้ร้องได้เข้าครอบครองบ้านพิพาทแล้วถือได้ว่าผู้ร้องเป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300 แม้จำเลยยังคงอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทแต่จำเลยเป็นมารดาของผู้ร้องจึงอยู่อาศัยกับบุตรของตนได้ มิได้ทำให้สิทธิของผู้ร้องสิ้นไป การยื่นคำร้องขัดทรัพย์ในกรณีนี้จึงถือได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดตามมาตรา 1359 ผู้ร้องจึงร้องขอให้เพิกถอนการยึดได้ โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะบังคับคดีให้กระทบถึงสิทธิของผู้ร้องไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287ร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1532

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 158,437 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ต่อมาโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านเลขที่ 16/4 ซึ่งเป็นบ้านพิพาทเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2523 จำเลยกับนายวัง ซึ่งเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้จดทะเบียนหย่าและทำบันทึกยกบ้านเลขที่ 16/4 ให้แก่ผู้ร้อง นางสาวเทพีหรือพีชานิกาหรือมาริสา นางสาวเทพา และนายสมชาย ซึ่งเป็นบุตร ผู้ร้องกับพวกมิได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับหนี้ตามคำพิพากษา ขอให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การว่า บ้านพิพาทที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเป็นของจำเลย บันทึกท้ายทะเบียนการหย่ามิได้ระบุรายละเอียดของบ้านที่ยกให้ และมิได้ระบุชื่อนายสมชายเป็นผู้รับการให้ ทั้งการยกให้มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตกเป็นโมฆะ นางสาวเทพีหรือพีชานิกาหรือมาริสา นางสาวเทพา และนายสมชายมิได้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด หากฟังว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของบ้านพิพาทก็ต้องปล่อยทรัพย์ที่ยึดเพียงหนึ่งในสี่ส่วนเท่านั้น ขอให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยบ้านพิพาท และคืนเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทน จำนวน 3,000 บาท แก่ผู้ร้อง กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท ผู้ร้องฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยกับนายวังเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน 4 คน คือ ผู้ร้อง นางสาวเทพีหรือพีชานิกาหรือมาริสา นางสาวเทพาและนายสมชายเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2523 จำเลยกับนายวังจดทะเบียนหย่าและทำบันทึกยกบ้านพิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ในคดีนี้ให้แก่บุตรทั้ง 4 คน ตามทะเบียนการหย่าและบันทึกเอกสารหมาย ร.5 และ ร.6 แต่การยกให้ซึ่งบ้านพิพาทมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2545 โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยนำพนักงานบังคับคดีไปยึดบ้านพิพาทเพื่อนำออกขายทอดตลาด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่ามีเหตุที่จะสั่งเพิกถอนการยึดบ้านพิพาทหรือไม่ เห็นว่า ข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างจำเลยกับนายวัง นอกจากจำเลยกับนายวังจะเป็นคู่สัญญาซึ่งกันและกันแล้วยังมีผู้ร้องและบุตรของจำเลยและนายวังอีก 3 คน เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นผู้รับประโยชน์แห่งสัญญาด้วย ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1532 และเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 การที่ผู้ร้องเข้าถือเอาประโยชน์ตามข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นการได้มาโดยนิติกรรมซึ่งอสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่ง แม้จะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทำให้การได้มาดังกล่าวย่อมไม่บริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่บ้านพิพาทตั้งอยู่บนที่สาธารณประโยชน์และผู้ร้องได้เข้าครอบครองบ้านพิพาทแล้วเพียงแต่ผู้ร้องยังมิได้ไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือได้ว่าผู้ร้องเป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 แม้จะได้ความว่าจำเลยยังคงอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทขณะที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์ก็ตาม แต่จำเลยเป็นมารดาของผู้ร้องจึงย่อมอยู่อาศัยกับบุตรของตนได้ ข้อเท็จจริงดังกล่าวมิได้ทำให้สิทธิของผู้ร้องดังกล่าวสิ้นไปแต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าบ้านพิพาทตกเป็นสิทธิของผู้ร้องร่วมกับบุตรของจำเลยอีก 3 คน และในคำร้องขัดทรัพย์ผู้ร้องได้ระบุข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ด้วย การยื่นคำร้องขัดทรัพย์ในกรณีนี้จึงถือได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1359 ในกรณีเช่นนี้ผู้ร้องจึงสามารถร้องขอให้เพิกถอนการยึดได้ โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะบังคับคดีให้กระทบถึงสิทธิของผู้ร้องดังกล่าวไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้ยกคำร้องนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษากลับโดยให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2553 นางปัทมา พิธีพรม โจทก์ นายประดับหรือประดิษฐ์ จีวะสังข์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปัทมา พิธีพรม · ผู้ร้อง - นายประดับหรือประดิษฐ์ จีวะสังข์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญรอด ตันประเสริฐ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · สนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 6306/2551ฎีกา 988/2533ฎีกา 1721/2528ฎีกา 770/2535ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 9487/2558ฎีกา 185/2566ฎีกา 3745/2530ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1084/2539ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 1002/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา